หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่โจไม่สบายราวๆ ๒ อาทิตย์(ปกติเมื่อโจเป็นไข้หวัดโจจะหายภายใน ๑ อาทิตย์ แต่ไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้ใช้เวลามากๆ)
ร้สึกตัวร้อนๆหนาวๆและเวียนหัวมาก ๒ อาทิตย์ที่แล้วกับอาทิตย์นี้ นอกจากไปทำงานแล้วโจก็ไม่ได้ทำอะไรเลย พักผ่อน นอนมากๆ(แต่ไม่อยากหยุดงานเพราะไม่สบายจากการไปเที่ยว)
ส่วนใหญ่โจจะนอนหลับแต่เมื่อไม่ง่วงนอนเลย จะเปลี่ยนไปพักผ่อนดูหนังที่ห้องแทน
โจดูหนังเรื่อง เจ. เอ็ดการ์ (เรื่องเกี่ยวกับชีวิต เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ เขาเป็นกำลังสำคัญของสำนักงาน
สอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา)ดูเหมือนว่าบางคนไม่ค่อยคิดว่าคุณภาพของหนังเรื่องนีดีแต่
สำหรับโจแล้วหนังเรื่องนี้สนุกมาก คิดว่าการแสดงของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ดีมาก คิดว่า
ภาพลักษณ์ของเขาเปลี่ยนมาก สมัยก่อนเขามักจะแสดงแต่คนดีและหล่อ แต่ตอนนี้มีโอกาสที่จะแสดงเป็นคนไม่ดี/คนแรงๆ สำหรับโจแล้วโจชอบการแสดงของตอนนี้มากกว่า
ในที่สุดอาการก็ดีขึ้น แต่มีหลายอย่างที่โจจะต้องทำ อาจจะยุ่งมากกว่าที่คิดเอาไว้
ต้องระวังไม่ให้ไม่สบายอีกครั้ง
Saturday, 16 June 2012
การไปเที่ยวเชียงใหม่
๒ อาทิตย์ที่แล้วโจไปเที่ยวเชียงใหม่มา (สำหรับนักท่องเที่ยงเชียงใหม่มีชื่อเสียงมาก แต่สำหรับโจแล้วเป็นการไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งแรก)
โจไปเที่ยวหลายที่ วันแรกมาถึงเชียงใหม่ราวๆ บ่ายสาม และ ไปเดินเล่นแถวๆโรงแรมและไปไนท์ซาฟารี (สนุกมากแต่ง่วงนอนมากแล้ว)
วันที่ ๒ ไปปางช้างและไปขี่ช้าง(เคยขี่ช้าง ๒-๓ ครั้งแต่ ครั้งนี้ก็สนุกมาก) หลังจากนั้นไปดูการแสดงของช้าง ตกใจที่รู้ว่าช้างสามารถวาดรูปภาพได้เก่งมาก(อยากรู้วิธีการสอนการวาดรูปให้ช้าง)
นอกจากนี้แล้วไปเล่นการโหนสลิงด้วย เพิ่งเล่นเป็นครั้งแรกแต่ไม่ค่อยกลัวและสนุกมาก หลังจากนั้นไปล้องแพด้วย (จริงๆโชคดีเพราะล้องแพเสร็จฝนตกหนัก)
ก่อนกลับโรงแรมไป วัดพระธาตุดอยสุเทพ วิวสวยดีมาก คิดว่าสถาปัตยกรรมคล้ายกับวัดประเทศลาว คิดว่าที่เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวคนจีนกับเกาหลีมากแต่ไม่ค่อยมีคนญี่ปุ่น
ในตอนกลางคืนก็ไปเที่ยวหลายที่ไปทาน ขันโตก ( อาหารแบบเชียงใหม่) ทานอาหารโดยดูการแสดงก็น่าสนใจมาก หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นหลายที่
จองโรงแรมที่อยู่ที่ที่เงียบแต่ไม่ค่อยได้พักผ่อนทำตัวตามสบายที่โรงแรม
วันที่ ๓ ก็มีกิจกรรมหลายอย่าง ตอนเช้าไปเดินเล่นที่ตลาดและไปดูของ (ดูเหมือนว่า แคบหมู มีชื่อเสียงมาก)
ตอนบ่าย กลับกรุงเทพฯเมื่อไปโรงแรมมีเรื่องแปลกใจ โจช่วยคนญี่ปุ่น ๒ คน(สามีกับภรรยาอายุมากกว่า ๕๐ ปี) ที่ดูเหมือนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับวิธีซื้อตั๋วไปที่สถานีพญาไท ไม่รู้ว่าทำไมแต่พวกเขารู้สึกดีใจมากและเชิญไปทานอาหาร ไปทานอาหารจีนกับพวกเขาก็สนุกมากเพราะมีโอกาสที่คุยกับคนแบบที่ปกติโจไม่มีโอกาสรู้จัก (ที่ญี่ปุ่นไม่เคยมีโอกาสที่ไปทานอาหารกับคนที่รู้จักที่สถานีรถไฟ)
ไปเที่ยวหลายที่สนุกมากๆ แต่คิดว่าโจไปเที่ยวมากไปโดยไม่ค่อยพักผ่อน วันที่ ๔ โจก็เลยเจ็บคอ (และหลังจากกลับมาจากประเทศไทยไม่สบายราวๆ ๒ อาทิตย์)
เมื่อกลับญี่ปุ่นโจเข้าใจผิดว่าโจจะมาถึงสนามบินฮาเนดะ(สนามบินที่อยู่ใกล้บ้านโจ)แต่ จริงๆแล้วมาถึงสนามบิน นาริตะ(สนามบินที่อยู่ไกลจากบ้าน) หลังจากมาถึงโจตกใจมากๆและรู้สึกแย่เพราะพ่อมารับโจที่สนามบินฮาเนดะ คิดว่าโจจริงๆเลินเล่อมากๆ
คราวหน้าอยากไปเที่ยวหลายที่โดยพักผ่อนมากกว่าครั้งนี้
โจไปเที่ยวหลายที่ วันแรกมาถึงเชียงใหม่ราวๆ บ่ายสาม และ ไปเดินเล่นแถวๆโรงแรมและไปไนท์ซาฟารี (สนุกมากแต่ง่วงนอนมากแล้ว)
วันที่ ๒ ไปปางช้างและไปขี่ช้าง(เคยขี่ช้าง ๒-๓ ครั้งแต่ ครั้งนี้ก็สนุกมาก) หลังจากนั้นไปดูการแสดงของช้าง ตกใจที่รู้ว่าช้างสามารถวาดรูปภาพได้เก่งมาก(อยากรู้วิธีการสอนการวาดรูปให้ช้าง)
นอกจากนี้แล้วไปเล่นการโหนสลิงด้วย เพิ่งเล่นเป็นครั้งแรกแต่ไม่ค่อยกลัวและสนุกมาก หลังจากนั้นไปล้องแพด้วย (จริงๆโชคดีเพราะล้องแพเสร็จฝนตกหนัก)
ก่อนกลับโรงแรมไป วัดพระธาตุดอยสุเทพ วิวสวยดีมาก คิดว่าสถาปัตยกรรมคล้ายกับวัดประเทศลาว คิดว่าที่เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวคนจีนกับเกาหลีมากแต่ไม่ค่อยมีคนญี่ปุ่น
ในตอนกลางคืนก็ไปเที่ยวหลายที่ไปทาน ขันโตก ( อาหารแบบเชียงใหม่) ทานอาหารโดยดูการแสดงก็น่าสนใจมาก หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นหลายที่
จองโรงแรมที่อยู่ที่ที่เงียบแต่ไม่ค่อยได้พักผ่อนทำตัวตามสบายที่โรงแรม
วันที่ ๓ ก็มีกิจกรรมหลายอย่าง ตอนเช้าไปเดินเล่นที่ตลาดและไปดูของ (ดูเหมือนว่า แคบหมู มีชื่อเสียงมาก)
ตอนบ่าย กลับกรุงเทพฯเมื่อไปโรงแรมมีเรื่องแปลกใจ โจช่วยคนญี่ปุ่น ๒ คน(สามีกับภรรยาอายุมากกว่า ๕๐ ปี) ที่ดูเหมือนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับวิธีซื้อตั๋วไปที่สถานีพญาไท ไม่รู้ว่าทำไมแต่พวกเขารู้สึกดีใจมากและเชิญไปทานอาหาร ไปทานอาหารจีนกับพวกเขาก็สนุกมากเพราะมีโอกาสที่คุยกับคนแบบที่ปกติโจไม่มีโอกาสรู้จัก (ที่ญี่ปุ่นไม่เคยมีโอกาสที่ไปทานอาหารกับคนที่รู้จักที่สถานีรถไฟ)
คราวหน้าอยากไปเที่ยวหลายที่โดยพักผ่อนมากกว่าครั้งนี้
Sunday, 20 May 2012
การเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพม่า
ตั้งแต่เดือนที่แล้วโจเริ่มวิจัยและเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพม่า (เมื่อโจเขียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศพม่าในไดอารีโจเขียนว่าถ้าโจจะเขียนรายงาน อยากจะเขียนสิ่งที่รายงานอื่นยังไม่ค่อยเขียน)
ตอนนี้โจวิจัยและเขียนเกี่ยวกับการนำเข้ากับส่งออก สถิติของประเทศพม่าบอกว่าการส่งออกมีมากกว่าการนำเข้าและรายงานสว่นใหญ่ใช้ข้อมูลนี้และคาดว่าการเกินดึลการค้านี้จะเพิ่มขึ้นต่อไป
แต่โจคิดว่าข้อมูลของประเทศพม่าไม่ถูกและตอนนี้มีการนำเข้ามากกว่าการส่งออก
และการขาดดุลการค้านี้จะเพิ่มขึ้น
โจคิดแบบนี้เพราะสถิติของประเทศอื่นบอกว่าประเทศอื่นส่งออกมากกว่าที่สถิติพม่าบอกการเพิ่มขึ้นของการส่งออกจะใช้เวลานานเพราะสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจ(เช่นคุณภาพโครงสร้างพื้นฐาน
ระบบธุรกิจสำหรับบริษัทต่างประเทศเป็นต้น)ยังไม่ค่อยดีในขณะที่การนำเข้าอาจจะเพิ่มขึ้นมากในระยะสันเพราะรัฐบาลกำลังลดการจำกัดการนำเข้าอยู่
โจก็เลยคิดว่าประเทศพม่าอาจจะมีปัญหาที่มาจากการขาดดุลการค้า ยังไม่แน่ใจว่าความคิดนี้ถูกหรือไม่
จะต้องตรวจดูหลายสิ่งก่อน
ประเทศปากีสถานกับอินเดีย
วันนี้โจอ่านบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศปากีสถานกับอินเดียนักเขียนบอกว่าตั้งแต่สมัยก่อนถึงตอนนี้การส่งออกกับนำเข้าระหว่าง
๒ ประเทศไม่เพิ่มขึ้นเลย
(ในอีกทางหนึ่งการส่งออกกับนำเข้าระหว่างประเทศอินเดียกับจีนเพิ่มขึ้นมาก)ทุกคนรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ๒
ประเทศไม่ดีเลยเพราะศาสนาไม่เหมือนกันและมีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่แคว้นแค้ซเมียร์ด้วย(ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข)
แต่ในบทความนี้นักเขียนชี้ให้เห็นว่าเดี๋ยวนี้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง
๒ ประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลง และรัฐบาลปากีสถานก็กำลังพยายามให้ทหารเข้าใจความสำคัญของการส่งออกนำเข้าและกำลังเปลี่ยนแปลงระบบทางการส่งออกนำเข้าระหว่าง
๒ ประเทศนักเขียนบอกว่าถ้าความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศดีขึ้น การส่งออกระหว่างประเทศอินเดียกับยุโรปและ
ประเทศอินเดียกับประเทศแถบตะวันออกกลางก็จะเพิ่มขึ้น
โจคิดว่าในระยะยาวความสำคัญของความสัมพันธ์กับประเทศอินเดี่ยจะเพิ่มขึ้น
เพราะความสำคัญทางเศรษฐกิจโลกจะย้ายจากประเทศจีนมาที่ประเทศอินเดีย ในตอนนั้นประเทศที่อยู่ใกล้กับประเทศอินเดียเช่นประเทศบังคลาเทศ กับ ศรีลังกาก็จะได้รับผลดีที่มาจากการพัฒนาของประเทศอินเดีย
แต่ดูเหมือนว่าบริษัทญี่ปุ่นยังไม่ค่อยทำธุรกิจในประเทศแถบนี้
นอกจากประเทศพม่าแล้ว โจกำลังหาหัวข้อการวิจัยเกี่ยวกับประเทศกำลังพัฒนา
คิดว่าเขียนเกี่ยวกับเศรษฐกิจประเทศเหล่านี้ก็ดี
<อ้างอิง>
Clever steps at
the border (From The Economist May 12th 2012)
ปูนิ่มผัดผงกะหรี่
วันนี้โจไปทานอาหารไทยที่ร้านอาหารชื่อ “ร้านอาหารสรวงสวรรค์” และทานปูนิ่มผัดผงกะหรี่เป็นครั้งแรก (จริงๆแล้วโจเคยทานปูผัดผงกระหรีหลายครั้งแต่ไม่เคยทานปูนิ่มผัดผงกะหรี่)
โจรู้สึกแปลกใจมากที่รู้ว่าปูนิ่มผัดผงกะหรี่นั้นทานง่ายกว่าปูผัดผงกะหรี่และรู้สึกอร่อยกว่าปูผัดผงกะหรี่ด้วย
นอกจากอาหารจานนี้แล้วโจรู้สึกว่าส้มตำของร้านนี้ก็ทานง่ายและอร่อยมาก
โจไม่แน่ใจว่าที่โจรู้สึกว่าทานส้มตำของร้านนี้ง่ายนั้นเป็นเพราะเดี๋ยวนี้มีโอกาสไปทานอาหารไทยมากขึ้นหรือโจชินกับอาหารเผ็ดมากกว่าเมื่อก่อน
หรือ เป็นเพราะรสชาติอาหารของร้านนี้ถูกปากโจมาก
ยังไงก็ตามอยากไปทานอาหารที่ร้านนี้อีกครั้ง
ไปดูหนัง“สู้ต่อไปลูเซียส
อาทิตย์ที่แล้วโจไปดูหนังเรื่อง “สู้ต่อไปลูเซียส”(หนังเรื่องนี้ทำมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น)
หนังเรื่องนี้เป็นหนังตลก ลูเซียสเป็นคนที่สร้างอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ในสมัยโบราณ ไม่รู้ว่าทำไมแต่เขาข้ามเวลามาที่ประเทศญี่ปุ่นในสมัยนี้
เขารู้สึกตกใจที่รู้จักเทคโนโลยีทางด้านอ่างอาบน้ำของญี่ปุ่น
(เขารู้สึกเสียใจมากที่รู้ว่าประเทศอื่นมีเทคโนโลยีที่ดีกว่าโรม) เขาเรียนรู้หลายสิ่งแล้วกลับมาสร้างอ่างอาบน้ำใหม่ เรื่องนี้สนุกมากเพราะสำหรับคนญี่ปุ่นอะไรๆก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่สำหรับเขาอะไรๆก็เป็นสิ่งแปลกใหม่ เดี๋ยวนี้โจยุ่งมากและไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน
โจก็เลยดีใจมากที่ได้เปลี่ยนบรรยากาศ
ไม่แน่ใจว่าคนต่างชาติก็เข้าใจความสนุกของหนังเรื่องนี้เหมื่อนกับคนญี่ปุ่นหรือไม่
(สำหรับคนญี่ปุ่น การไปเข้าบ่อน้ำร้อนกับคนอื่นหลายคนโดยไม่ใส่เสื้อผ้าก็เป็นเรื่องธรรมดา
แต่ดูเหมือนว่าที่ประเทศอื่นไม่ค่อยมีวัฒนธรรมแบบนี้ นอกจากลูเซียสแล้ว คนต่างชาติสมัยนี้ก็อาจจะรู้สึกตกใจกับวัฒนธรรมทางการอำบน้ำของญี่ปุ่น)
Sunday, 13 May 2012
อุตสาหกรรมการผลิตในอนาคต
วันนี้โจอ่านบทความเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจจะทำให้เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการผลิตในอนาคต (นักเขียนบอกว่า “การปฏิวัติที่ 3 กำลังเกิดขึ้นอยู่” )
เขาบอกว่าในอนาคตหลายโรงงานอาจะใช้ “เครื่องพิมพ์สามมิติ” และการทำงานของพนักงานที่ประกอบชิ้นส่วนเล็กๆจะลดลง (โจไม่รู้ความแตกต่างระหว่างเครื่องพิมพ์สามมิติกับเครื่องพิมพ์ตอนนี้ที่โรงงานส่วนใหญ่ใช้อยู่ แต่นักเขียนบอกว่าเครื่องพิมพ์สามมิติสามารถทำของที่ซับซ้อนที่เครื่องพิมพ์ตอนนี้ทำไม่ได้ได้)
เขาบอกว่าถ้าความสำคัญของแรงงานที่ไม่มีความสามารถลดลง ความจำเป็นในการทำการผลิตที่ประเทศกำลังพัฒนาที่มีแรงงานราคาถูกก็จะลดลงด้วย โรงงานที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนาอาจจะกลับมาประเทศพัฒนาแล้วอีกครั้ง
นักเขียนบอกว่าในอนาคตความสำคัญของการศึกษาทางการผลิตจะเพิ่มขึ้นมาก รัฐบาลก็เลยจะต้องพยายามเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีการศึกษามาก นอกจากนี้แล้วรัฐบาลไม่ควรจะป้องกันอุตสาหกรรมแบบเก่าโดยใช้ภาษี รัฐบาลควรจะช่วยในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม
โจคิดว่าความเร็วของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจะขึ้นอยู่กับราคาของเครื่องพิมพ์สามมิติ ถ้าราคาเครื่องนี้แพงมากการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมก็จะเป็นไปอย่างช้าๆ
นอกจากนี้แล้วโจคิดว่าโรงงานที่อยู่ที่ประเทศกำลังพัฒนาและผลิตของสำหรับผู้บริโภคของประเทศพัฒนาแล้วอาจจะย้ายกลับประเทศของเขา แต่เดี๋ยวนี้บริษัทของประเทศพัฒนาแล้วย้ายโรงงานไม่ใช่เพราะราคาแรงงานถูก แต่เป็นเพราะอุปสงค์การบริโภคของประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นมาก
ไม่แน่ใจว่าโรงงานจะกลับมาประเทศพัฒนาแล้วจริงหรือไม่
<อ้างอิง>
The third industrial revolution (From The Economist April 21st 2012)
นักเขียนบอกว่าในอนาคตความสำคัญของการศึกษาทางการผลิตจะเพิ่มขึ้นมาก รัฐบาลก็เลยจะต้องพยายามเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีการศึกษามาก นอกจากนี้แล้วรัฐบาลไม่ควรจะป้องกันอุตสาหกรรมแบบเก่าโดยใช้ภาษี รัฐบาลควรจะช่วยในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม
โจคิดว่าความเร็วของการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมจะขึ้นอยู่กับราคาของเครื่องพิมพ์สามมิติ ถ้าราคาเครื่องนี้แพงมากการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมก็จะเป็นไปอย่างช้าๆ
นอกจากนี้แล้วโจคิดว่าโรงงานที่อยู่ที่ประเทศกำลังพัฒนาและผลิตของสำหรับผู้บริโภคของประเทศพัฒนาแล้วอาจจะย้ายกลับประเทศของเขา แต่เดี๋ยวนี้บริษัทของประเทศพัฒนาแล้วย้ายโรงงานไม่ใช่เพราะราคาแรงงานถูก แต่เป็นเพราะอุปสงค์การบริโภคของประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นมาก
ไม่แน่ใจว่าโรงงานจะกลับมาประเทศพัฒนาแล้วจริงหรือไม่
<อ้างอิง>
The third industrial revolution (From The Economist April 21st 2012)
Sunday, 15 April 2012
อัตราดอกเบี้ย LIBOR
วันนี้โจอ่านบทความเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย LIBOR ( อัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารที่อยู่ในลอนดอน)
อัตราดอกเบี้ยนี้มีความสำคัญมากเพราะอัตราดอกเบี้ยนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานของ
อัตราดอกเบี้ยอื่นในโลก นอกจากนี้แล้วอัตรานี้แสดงให้เห็นว่าระบบการเงินในโลกมีปัญหาแค่ไหน แต่เดี๋ยวนี้ หลายสำนักงานภาครัฐบาลเริ่มตรวจสอบธนาคารเพราะสำนักงานเหล่านี้รู้สึกสงสัยว่าธนาคารบอกอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารไม่ถูก
(สมาคมนายธนาคารของอังกฤษคาดคะเนอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยระหว่างธนาคารโดยใช้อัตราดอกเบี้ยที่หลายธนาคารบอก เมื่อสมาคมนายธนาคารไม่ได้รับข้อมูล สมาคมนายธนาคารก็จะคาดคะเนเอง)
นอกจากครั้งนี้แล้ว ก็ยังมีตอนเศรษฐกิจไม่ค่อยดีเช่นหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงินในปี ๒๕๕๑ ด้วย เพราะเมื่อความเสี่ยงในตลาดการเงินเพิ่มมากขึ้น LIBOR ก็มักจะเพิ่มขึ้นด้วย แต่บางธนาคารไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าธนาคารมีความเสี่ยง
ตอนนี้สำนักงานภาครัฐบาลกำลังหาวิธีป้องกันธนาคารให้ข้อมูลเท็จและสมาคมนายธนาคารของอังกฤษก็กำลังหาวิธีคาดคะแนที่ดีกว่าตอนนี้อยู่ โจคิดว่ามีหลายวิธีที่ป้องกันปัญหานี้ได้ เช่นรัฐบาลสามารถทำโทษธนาคารที่ให้ข้อมูลเท็จได้ และสมาคมนายธนาคารของอังกฤษก็สามารถเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยออริจินัล ด้วยได้ (เนื่องจากตอนนี้สมาคมนายธนาคารของอังกฤษ ไม่ใช้ข้อมูล อัตราดอกเบี้ยที่สูงหรือต่ำมากเกินไป )
โจรู้สึกแปลกใจว่าทำไมทุกคนถึงใช้ LIBOR เป็นอัตรามาตรฐานโลก เพราะว่านอกจาก LIBOR แล้วหลายประเทศก็มีอัตราดอก เบี้ยแบบนี้ด้วยเช่นกัน เช่น มี EURIBOR กับ TIBOR เป็นต้น
<อ้างอิง>
Cleaning up Libor (From The Economist April 7th 2012)
An expensive smoking gun (From The Economist April 7th 2012)
อัตราดอกเบี้ยนี้มีความสำคัญมากเพราะอัตราดอกเบี้ยนี้เป็นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานของ
อัตราดอกเบี้ยอื่นในโลก นอกจากนี้แล้วอัตรานี้แสดงให้เห็นว่าระบบการเงินในโลกมีปัญหาแค่ไหน แต่เดี๋ยวนี้ หลายสำนักงานภาครัฐบาลเริ่มตรวจสอบธนาคารเพราะสำนักงานเหล่านี้รู้สึกสงสัยว่าธนาคารบอกอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคารไม่ถูก
(สมาคมนายธนาคารของอังกฤษคาดคะเนอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยระหว่างธนาคารโดยใช้อัตราดอกเบี้ยที่หลายธนาคารบอก เมื่อสมาคมนายธนาคารไม่ได้รับข้อมูล สมาคมนายธนาคารก็จะคาดคะเนเอง)
นอกจากครั้งนี้แล้ว ก็ยังมีตอนเศรษฐกิจไม่ค่อยดีเช่นหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงินในปี ๒๕๕๑ ด้วย เพราะเมื่อความเสี่ยงในตลาดการเงินเพิ่มมากขึ้น LIBOR ก็มักจะเพิ่มขึ้นด้วย แต่บางธนาคารไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าธนาคารมีความเสี่ยง
ตอนนี้สำนักงานภาครัฐบาลกำลังหาวิธีป้องกันธนาคารให้ข้อมูลเท็จและสมาคมนายธนาคารของอังกฤษก็กำลังหาวิธีคาดคะแนที่ดีกว่าตอนนี้อยู่ โจคิดว่ามีหลายวิธีที่ป้องกันปัญหานี้ได้ เช่นรัฐบาลสามารถทำโทษธนาคารที่ให้ข้อมูลเท็จได้ และสมาคมนายธนาคารของอังกฤษก็สามารถเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยออริจินัล ด้วยได้ (เนื่องจากตอนนี้สมาคมนายธนาคารของอังกฤษ ไม่ใช้ข้อมูล อัตราดอกเบี้ยที่สูงหรือต่ำมากเกินไป )
โจรู้สึกแปลกใจว่าทำไมทุกคนถึงใช้ LIBOR เป็นอัตรามาตรฐานโลก เพราะว่านอกจาก LIBOR แล้วหลายประเทศก็มีอัตราดอก เบี้ยแบบนี้ด้วยเช่นกัน เช่น มี EURIBOR กับ TIBOR เป็นต้น
<อ้างอิง>
Cleaning up Libor (From The Economist April 7th 2012)
An expensive smoking gun (From The Economist April 7th 2012)
Sunday, 8 April 2012
การเปลี่ยงแปลงของประเทศพม่า (๒)
ในไดอารี่ของเดือนตุลาคมปีที่แล้วโจเขียนเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยงแปลงของประเทศพม่า (ตั้งแต่ราวๆ ๒ ปีที่แล้ว สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศพม่าเริ่มเปลี่ยนแปลงไปมาก) หลังจากตอนนั้นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ดำเนินต่อไปและจำนวนบทความเกี่ยวกับประเทศพม่าก็เพิ่มขึ้นด้วย
อาทิตย์ที่แล้วมีการเลือกตั้งสำหรับตำแหน่งที่ว่างในรัฐบาลและกลุมที่สนับสนุนนางอองซานซูจีชนะที่นั่งส่วนมาก(ได้รับ ๔๓ ที่นั่งจาก ๔๕ ที่นั่ง)
นอกจากนี้แล้วรัฐบาลได้เปลี่ยนแปลงระบบการเงินทางอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศด้วย(ก่อนรัฐบาลเปลี่ยนแปลงระบบนี้อัตราแลกเปลี่ยนของประเทศพม่ามี ๒ อัตรา) การเปลี่ยนแปลงแบบนี้ทำให้บางประเทศเริ่มคิดการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศพม่าและบางบริษัทได้เริ่มทำธุรกิจในประเทศพม่าแล้ว
แต่นักเขียนบอกว่าการเปลี่ยนแปลงของประเทศพม่ายังไม่เพียงพอเลยและจะใช้เวลานานกว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้ และมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อประเทศพม่าก็ควรจะดำเนินต่อไปดี จริงๆแล้วในการเลือกตั้งตำแหน่งทางการเมืองที่ว่างกลุ่มนางอองซานซูจีชนะแต่ยังคิดเป็นแค่ ๖ เปอร์เซ็นต์ ของที่นั่งทั้งหมดในรัฐบาลเท่านัน และ หลังจากการเลือกตั้งใหญ่ใน ปี ๒๕๕๙
รัฐบาลของตอนนี้(ทหารเก่า)จะมีอำนาจต่อไปเพราะว่ากฎหมายที่รัฐบาลปัจจุบันกำหนดได้จะปกป้องและสนับสนุนพวกเขาต่อไป นักเขียนบอกว่าสถานการณ์ในอนาคตจะขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีเต็งเส่ง(แต่โจคิดว่านอกจากเขาแล้ว อดีตนายพลตานฉ่วย(ประธานเก่าของทหาร)ก็มีความสำคัญเหมือนกับประธานาธิบดีเต็งเส่ง)
จริงๆโจรู้สึกว่าจำนวนบทความเกี่ยวกับประเทศพ่มากำลังเพิ่มขึ้น แต่เนื้อความของรายงานสวันใหญ่เหมือนกัน (ประเทศพม่ามีความสามารถทางการพัฒนามากๆแต่มีความเสี่ยงทางการเมืองด้วย)
ยังไม่แน่ใจว่าจะได้เขียนหรือไม่ แต่โจกำลังคิดว่าในปีนี้จะเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพม่า ถ้าโจจะเขียนอยากจะเขียนสิ่งที่รายงานอื่นยังไม่ค่อยเขียน(เช่นผลดีกับผลเสียของการพัฒนาประเทศพม่าต่อเศรษฐกิจไทย)
<อ้างอิง>
The Yangon spring (From The Economist April 7th 2012)
The Lady of all landslides (From The Economist April 7th 2012)
Subscribe to:
Comments (Atom)





















.jpg)




















