Saturday, 19 July 2014

ไปเที่ยวคามาคุระ / ไปดูงานเทศกาลของศาลเจ้ายะซุกุนิ



วันเสาร์ที่ผ่านมาโจไปเที่ยวที่คามาคุระมา ครั้งนี้ตอนเช้าโจไปวัด Hokokuji วัดนี้มีชื่อเสียงเกี่ยวกับสวนไม้ไผ่ สวนนี้เป็นสวนเล็กๆ แต่บรรยากาศดีมาก (อยากจะมาที่นี่อีกครั้งในวัน/เวลาที่มีคนน้อย) นอกจากไปที่นี่แล้ว โจไปเดินเล่นที่ถนน Komachi และดูพระพุทธรูปด้วยเหมือนเดิม รู้สึกดีใจที่อากาศดีมาก(ไม่ร้อนเลยและเดินเล่นง่าย)


หลังจากกลับมาจากคามาคุระ โจไปดูงานเทศกาลของศาลเจ้ายะซุกุนิต่อ เมื่อก่อนโจมีโอกาสแวะศาลเจ้านี้บ่อยๆ เพราะว่าบริษัทของโจอยู่ใกล้กับศาลเจ้านี้ แต่หลังจากออฟฟิศย้ายแล้วไม่ได้ไปที่นี่นาน ซึ่งเมื่อไปดูงานเทศกาล คิดถึงสมัยก่อนงานเทศกาลนี้มีชื่อเสียงเรื่องโคมไฟ และวิวสวยมาก แต่รู้สึกว่ามีคนมากไปและเหนื่อยนิดหน่อยด้วย

เข้าร่วมการประชุมของสมาคมไทยศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น



วันเสาร์อาทิตย์เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วโจไปมหาวิทยาลัยเกียวโตเพื่อเข้าร่วมการประชุมของสมาคมไทยศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น

เมื่อเดินในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนี้ โจคิดถึง ๑๑ ปีที่แล้วที่โจสอบตกที่มหาวิทยาลัยนี้ (หลังจากโจสอบตกไม่ได้มาที่วิทยาเขตมหาวิทยาลัยนี้  รู้สึกว่า ๑๑ ปีผ่านไปเร็วมาก และอยากจะรู้ว่าถ้าตัวเองสามารถสอบผ่านได้ ชีวิตของตัวเองตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง)

การประชุมของปีนี้ก็มีการพรีเซนต์หลายรายการที่ไม่เกียวกับเศรษฐกิจ สำหรับโจแล้ว เข้าใจเนื้อหาการนำเสนอของคนอื่นยากมาก (เช่น มีการนำเสนอเกี่ยวกับศาสนา ชีวิตในชนบท เป็นต้น) วันแรกมีการสัมมนาเกี่ยวกับชาตินิยมกับการเมืองไทยและอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นผู้นำเสนอ โจรู้สึกสนใจกับการนำเสนอนี้เพราะยังไม่เข้าใจความคิดของคนไทยต่อการเมืองเลยแต่การสัมมนานี้มีแต่ภาษาไทยและโจเข้าใจแค่ ๒๐- ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่รู้ว่าทุกคนรู้สึกสนใจกับการนำเสนอของโจแค่ไหน แต่โจพรีเซนต์เกี่ยวกับสถานการณ์เงินเฟ้อของไทยในตอนนี้  (โจเลือกหัวข้อนี้เพราะว่ารู้สึกแปลกใจที่รู้ว่าเดี๋ยวนี้รายได้ของแรงงานเพิ่มขึ้นโดยเร็ว แต่อัตราเงินเฟ้อไม่ค่อยสูงขึ้น)

ปีนี้โจพักที่โรงแรมแคปซูลเป็นครั้งแรกในชีวิต  รู้สึกว่าที่พักใหญ่ สะอาด และเงียบกว่าที่คิดเอาไว้ ตอนแรกโจคิดว่าไม่มีเวลาไปเที่ยว แต่ในวันอาทิตย์ก่อนการประชุมเริ่ม โจไปดูวัดคิโยะมิซึ  (วัดนี้เปิดตั้งแต่ ราว ๖ โมงเช้า ) วัดนี้ปกติมีคนมาก แต่ราวๆ ๗ โมงเช้ามีคนน้อยและรู้สึกสดชื่น
ยังไม่แน่ใจว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่าปีหน้า มีการประชุมที่โตเกียว ถ้าได้เข้าร่วมอยากจะเสนอหัวข้อการวิจัยที่คุณภาพดีกว่าปีนี้(ปีนี้ไม่ได้ตรวจสอบลึกมาก)

Saturday, 28 June 2014

การไปทำงานที่กรุงเทพฯ



อาทิตย์ที่แล้วโจไปทำงานที่ไทยมา ครั้งนี้ก็ไปสัมภาษณ์กับหลายคน โจรู้สึกตกใจที่รู้ว่าทุกคนที่โจสัมภาษณ์สนับสนุนรัฐประหาร (หลายคนบอกว่า จริงๆแล้วการเกิดรัฐประหารเป็นเรื่องไม่ดี แต่ยังดีกว่าสถานการณ์เมื่อก่อนดำเนินต่อไปอีก)
http://dusitpoll.dusit.ac.th/polldata/2557/25571402798897.pdf
นอกจากนี้แล้วรู้สึกตกใจที่รู้ว่าทุกคนคิดว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นโดยเร็วมากด้วย โจคิดว่าเศรษฐกิจไทยไม่ค่อยแย่ลงเหมือนที่รายงานหลายฉบับของญี่ปุ่นคิดเอาไว้ และคิดว่าจะค่อยๆดีขึ้น แต่ช้ากว่าคนที่โจสัมภาษณ์คิดเอาไว้ โจไม่แน่ใจว่าจริงๆเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นเหมือนหลายคนคิดเอาไว้หรือไม่เพราะว่าการส่งออกกับยอดขายรถยังไม่เริ่มดีขึ้น  แม้ว่าเศรษฐกิจดีขึ้นเร็ว โจคิดว่าอัตราขยายตัวของ ปีนี้ อาจจะน้อยกว่าหลายคนคิดเอาไว้(ราวๆ 1.5-2.3 เปอร์เซ็นต์)  รู้สึกว่าการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยยาก

Saturday, 14 June 2014

ซีรีส์ Legal High



เดี๋ยวนี้โจมีโอกาสดูซีรีส์ Legal High เรื่องนี้เป็นเรื่องตลกเกี่ยวกับทนายผู้ชายที่นิสัยแปลกกับทนายผู้หญิงที่นิสัยดีและทำงานด้วยกัน ทนายผู้ชายคนนี้เหมือนจะโตแต่ตัวและเห็นแก่เงินด้วย แต่มีความสามารถที่ดีและไม่เคยแพ้คดี ตอนในเรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องตลกมากและโจรู้สึกว่าถ้าอยู่กับเขา โจจะเหนื่อยจะตายแน่ๆ โจชอบฉากที่เขาโต้ตอบแบบจริงจังในศาล โจชอบฉากที่เขาพูดเกี่ยวกับข้อกฎหมายกับมติมหาชนในคดีที่เกี่ยวกับโทษประหาร  อัยการบอกว่าการตัดสินใจของศาลควรจะพิจารณาร่วมกับความคิดเห็นของประชาชนด้วย  แต่เขาบอกว่าการตัดสินใจของศาลจะต้องเป็นอิสระจากมติมหาชนเพราะว่าบางทีเรามักจะคิดด้วยความรู้สึกมากไปและคิดโดยไม่มีเหตุผล/โดยไม่รู้กฎหมาย
 
ฉากนี้ทำให้โจนึกถึงข่าวของญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้  เดี๋ยวนี้มีคดีที่คณะลูกขุนทุกคนตัดสินใจว่าโทษประหารเหมาะสมกับผู้ต้องหา  (ที่ญี่ปุ่นรัฐบาลเลือกประชากรโดยสุ่ม และให้พวกเขาตัดสินใจร่วมกับผู้พิพากษาด้วยเพื่อแสดงความคิดเห็นของประชาชน) แต่ผู้พิพากษาไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้และตัดสินให้ผู้ต้องหาจำคุกตลอดชีวิต หลังจากศาลตัดสินบางคนรู้สึกว่าถ้าการตัดสินของศาลไม่เกี่ยวกับการตัดสินใจของคณะลูกขุน ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ระบบนี้
โจเข้าใจความคิดทนายของซีรีส์นี้ แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของหลายคนของคณะลูกขุนด้วย (ก็เลยรู้สึกไม่แน่ใจว่าอะไรถูกอะไรผิด) โจยังไม่ถูกรัฐบาลเลือกให้เป็นคณะลูกขุน แต่คิดว่าถ้ามีโอกาส โอกาสนั้นอาจจะเป็นโอกาสดีที่จะได้คิดเกี่ยวกับกฏหมายกับมติมหาชน (ระหว่างเข้าร่วมคดี เราจะต้องหยุดงาน แต่การเข้าร่วมคดีก็น่าสนใจ)