Monday, 22 October 2012

ดูหนังเรื่อง Happily ever after



๒ อาทิตย์ที่แล้วโจเช่าดีวีดีและดูหนังน่าสนุกเรื่องนึง หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องตลกที่มาจากการ์ตูน ๔ ช่อง ก่อนโจดูหนังเรื่องนี้โจไม่มีความรู้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องนี้เลย (แต่โจเช่าดีวีดีนี้เพราะโจเคยได้ยินว่าเรื่องนี้ดีและโจชอบนักแสดงที่ชื่อ อาเบะ ฮิโรชิ )
เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตของผู้หญิงที่ใจดีแต่มีความลำบากมากและน่าสงสารกับแฟนของเขาที่นิสัยกับกิริยามารยาทไม่ดีเลย ผู้หญิงขยนทำงานทุกวัน แต่แฟนของเขาไม่ทำงานเลยและทุกวันเล่นแต่ปาจิงโกะหรือกินเหล้าเท่านั้น นอกจากนี้แล้วเขาอารมณ์ร้อนมากไป(ถ้าเขาอารมณ์ไม่ดี ทุกครั้งเขาจะคว่ำโต๊ะที่มีอาหาร) บางทีผู้หญิงรู้สึกเสียใจแต่ยังรักแฟนมากๆ
ตอนแรกโจไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้ทำไมรักแฟนมากๆ  วันหนึ่งผู้หญิงตั้งครรภ์แต่แฟนไม่บอกอะไรเลยและทำให้เขารู้สึกเสียใจมาก ผู้หญิงเริ่มคิดว่าจะคลอดดีหรือไม่ จะอยู่กับแฟนของเขาดีหรือไม่ ระหว่างเขาคิดเรื่องนี้มาก เขาเจออุบัติเหตุและเข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัด ในที่สุดแฟนของเขาเริ่มกังวลใจมากๆ เมื่อเขารอที่โรงพยายาล เขาเริ่มคิดถึงสมัยก่อนและนึกออกว่าจริงๆแล้วเขารักแฟนมาก ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงก็ฝันระหว่างเข้ารับการผ่าตัดและนึกออกว่าถึงแม้ว่าแฟนเขาจะไม่บอกอะไรแต่แฟนก็รักเขามาก (ในภาพนี้เราสามารถรู้ว่าทำไม ทั้ง ๒ คน รู้จักกันและเริ่มรักกันได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจมากๆ) และ ความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ คนก็ดีขึ้น
หากลองเปรียบเทีบบกับชีวิตคนอื่น ชีวิตของผู้หญิงคนนี้มีความลำบากมากและดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีความสุข แต่ในที่สุดของเรื่องนี้ผู้หญิงบอกว่า “ฉันไม่สนใจว่าชีวิตมีความสุขหรือไม่ ชีวิตแบบไหนก็มีคุณค่ากับความสำคัญ” โจชอบความคิดแบบนี้  โจยังไม่ค่อยเข้าใจว่าชีวิตที่มีความสุขคือชีวิตแบบไหน แต่บางทีเรามักจะคิดว่า(ยืนกรานว่า)เราจะต้องมีความสุขมากๆ โดยเปรียบเทียบกับคนอื่น และบางทีความคิดแบบนี้ทำให้ เรารู้สึกไม่ดี  จะรู้สึกพอใจกับสิ่งที่เรามีตอนนี้ก็ยาก หากเราไม่คิดแบบนั้น เราจะเข้าใจว่าความสุขอยู่ใกล้กว่าที่คิดเอาไว้ 
 โจคิดว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องปรัชญาด้วย

Saturday, 22 September 2012

การเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศอินเดีย



อาทิตย์ที่แล้วรัฐบาลของประเทศอินเดียเปลี่ยนแปลงนโยบายและเรื่องนี้ทำให้หลายคนตกใจ ตั้งแต่ปีที่แล้วเศรษฐกิจของประเทศอินเดียไม่ค่อยดี แต่รัฐบาลกับธนาคารกลางไม่ได้ช่วยเหลือเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายการคลังกับนโยบายการเงินเพราะงบประมาณของรัฐบาลมีปัญหาการขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น(ค่าใช้จ่ายของเงินช่วยเหลือสำหรับดีเซลเพิ่มขึ้นเพราะราคาในตลาดโลกแพงว่าราคาในประเทศ)และธนาคารกลางกลัวว่าการลดลงของอัตราดอกเบี้ยจะทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น
หลายคนบอกว่ารัฐบาลจะต้องช่วยเหลือเศรษฐกิจโดยนโยบายที่ไม่ใช้จ่ายเงินแต่ส่วนใหญ่คิดว่ารัฐบาลปัจจุบันไม่มีความสมัครใจมากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง  พวกเขาก็เลยตกใจที่รู้ว่ารัฐบาลเริ่มเปลี่ยนแปลงนโยบาย
รัฐบาลเพิ่มปรับราคาดีเซลเพื่อทำให้สถานการณ์ของงบประมาณรัฐบาลดีขึ้น นอกจากนี้แล้วรัฐบาลยังได้เปลี่ยนข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัทข้ามชาติในธุรกิจค้าปลีกกับการบินด้วย(ก่อนหน้านี้ประเทศอินเดียมีข้อจำกัดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมเหล่านี้มาก)  รัฐบาลคิดว่าถ้าบริษัทข้ามชาติมาทำธุรกิจในประเทศ ผลิตภาพจะเพิ่มขึ้นและราคาลดลง (มีคนบอกว่าบริษัทในประเทศไม่ค่อยถนัดเรื่องการส่งและจัดจำหน่ายสินค้า เช่น ราวๆ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของอาหารสดเน่าเสียก่อนอาหารนี้ถูกนำไปวางขาย และทำให้ราคาอาหารแพงมาก)
แต่บางคนกลัวว่าบริษัทขนาดเล็กจะล้มละลายจากการเข้ามาทำธุรกิจของบริษัทข้ามชาติ สำหรับข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนในการบิน รัฐบาลหวังว่าการลงทุนของต่างชาติจะช่วยทำให้งบประมาณของรัฐบาลขาดดุลน้อยลงและผลิตภาพเพิ่มขึ้นด้วย( บริษัทการบินของประเทศอินเดียมีหนี้มาก ทำให้ค่าใช้จ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น)
ดูเหมือนว่าหลายคนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นเรื่องดีสำหรับเศรษฐกิจอินเดียวันที่รัฐบาลเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ดัชนีหุ้นก็เพิ่มขึ้นมาก(จริงๆแล้วธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาก็เปิดเผยนโยบายใหม่ได้แก่ “มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งที่ ๓” ในช่วงเดียวกันและหลายคนชี้ให้เห็นว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อตลาดการเงินในอินเดียมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของนโยบายในประเทศอินดีย)
แต่พรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งไม่ยอมรับนโยบายใหม่และเปิดเผยว่าพวกเขาจะลาออก หลังจากพวกเขาลาออกแล้ว รัฐบาลไม่แน่ใจว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายต่อไปได้หรือไม่
โจคิดว่าก่อนจะเริ่มเห็นผลดีของนโยบายเหล่านี้ อาจจะใช้เวลานาน แต่การเพิ่มราคาดีเซลทำให้การลด อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทำได้ยากขึ้น 
  ยังไม่แน่ใจว่าเศรษฐกิจของประเทศอินเดียในระยะสั้นจะดีขึ้นหรือไม่

จำนวนยอดขายของรถยนต์ที่ประเทศอินเดีย



อาทิตย์ที่แล้วที่ทำงาน โจตรวจสอบข้อมูลจำนวนยอดขายของรถยนต์ที่ประเทศอินเดีย
มีคนชี้ให้เห็นว่าเดี๋ยวนี้ยอดขายไม่ค่อยดีเพราะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ราคาน้ำมันแพง และอัตราดอกเบี้ยกู้เงินก็สูง 
โจยังไม่ได้หารายละเอียดข้อมูลแต่รู้สึกแปลกใจเพราะจริงอยู่ที่เศรษฐกิจเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยดีแต่เมื่อเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างยอดขายของรถยนต์กับสถานการณ์เศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน และอัตราดอกเบี้ยกู้เงินในสมัยก่อนแล้ว อัตราการเพิ่มยอดขายในเดี๋ยวนี้น้อยมากเกินไป (โจคิดว่าถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะไม่ค่อยดีแต่ในประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศอินเดียน่าจะมีอัตราการเพิ่มยอดขายมากกว่า ๓-๕ เปอร์เซ็นต์แต่เดี๋ยวนี้อัตราการเพิ่มยอดขายของรถยนต์น้อยกว่า ๑-๒ เปอร์เซ็นต์)
อยากรู้ว่าทำไมยอดขายไม่ถึงดีอย่างนี้

สุขภาพของพี่สาว



อาทิตย์ที่แล้วพี่สาวบอกให้โจฟังเรื่องที่ทำให้โจรู้สึกตกใจและเสียใจด้วย เขาบอกว่าเขาไปหาหมอมาและตรวจพบว่าเขามีโรคมะเร็งเต้านมและจะต้องรับการผ่าตัดในเดือนตุลาคม
ดูเหมือนว่าคนที่ต้องรับการผ่าตัดสำหรับโรคนี้บางคนเลิกไปเที่ยวในประเทศโดยเฉพาะที่ออนเซน เพราะพวกเขารู้สึกเกรงใจและไม่อยากให้คนอื่นเห็นร่ายการ
โจหวังว่าการผ่าตัดของพี่สาวจะเป็นไปด้วยดีและพี่สาวจะอาการดีขึ้น อยากให้พี่สาวจะไปเที่ยวออนเซนโดยไม่ต้องรู้สึกเกรงใจครอื่น