Sunday, 4 May 2014

การท่องเที่ยวของคนไทยในญี่ปุ่น



อาทิตย์ที่แล้ว โจมีโอกาสตรวจสอบเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวคนไทยในญี่ปุ่น ปีที่แล้วจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยในญี่ปุ่นเพิ่มมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์เพราะว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอนญาตให้คนไทยที่มาเที่ยวน้อยกว่า ๑๕ วันมาเที่ยวโดยไม่ต้องขอวีซ่าแล้ว ปีที่แล้วราวๆ ๔ แสน ๕ หมื่น  คน เข้าญี่ปุ่น ( ๒ ปีที่แล้ว ๒ แสน ๖ หมื่นคนมาญี่ปุ่น) จำนวนนี้มากเป็นอันดับ ๖ (อันดับ ๑-๕ ของปีที่แล้ว คือ เกาหลี  ไต้หวัน จีน อเมริกา และฮ่องกง) จริงๆแล้วการเปลี่ยนระบบวีซ่าเป็น ปัจจัย หนึ่ง แต่ โจคิดว่านอกจากนี้แล้ว ปัจจัยอื่นเช่น การเพิ่มรายได้ การลดลงของคาเงินเยนก็มีผลกระทบด้วย ยังไม่ค่อยรู้ว่าทำไมคนไทยนิยมญี่ปุ่นมาก แต่ดีใจที่ได้รู้ว่าคนไทยหลายคนชอบประเทศของโจ
ตอนนี้รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น และโจก็สนใจว่าเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยในญี่ปุ่น เราจะต้องทำอะไรอีกดี แต่เมื่อโจตรวจสอบหลายข้อมูล โจเข้าใจว่าไม่มีสถิติ/รายงานที่อธิบายความลำบาก/ความไม่พ่อใจ/ปัญหาที่นักท่องเที่ยวคนไทยรู้สึกระหว่างอยู่ที่ญี่ปุ่น โจยังไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้วพวกเขารู้สึกอย่างไรบัาง แต่คิดว่าบางคนอาจจะมีปัญหาทางภาษาเพราะว่าที่ญี่ปุ่นไม่มีป้ายที่มีภาษาไทย(หลายที่มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั่น) นอกจากนี้แล้วดูเหมือนว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นความสามารถทางภาษาอังกฤษของคนไทยก็ไม่ค่อยดีด้วย (ไม่รู้ว่าคนไทยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นมีความสามารถที่ดีกว่าเฉลี่ยหรือไม่) คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ก็ยากและใช้เวลานาน แต่ถ้าความคิดของโจถูก หวังว่าคนญี่ปุ่นที่ทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้าใจความสำคัญของภาษาไทย และ หวังว่าจำนวนคนญี่ปุ่นที่เรียนภาษาไทยกับป้ายที่มีภาษาไทยจะเพิ่มขึ้นด้วย

อ่านนิยายของ Higashino Keigo



เดี๋ยวนี้ โจติดอ่านนิยายของนักเขียน Higashino Keigo เขาเป็นผู้เขียนนิยายลึกลับและนิยายเรื่องที่มีชื่อเสี่ยงของเขาคือ ซีรีย์ กาลิเลโอ (เรื่องนี้มีเวอร์ชั่นละครกับหนังด้วย) แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว เขาเขียนหลายเรื่องและเรื่องสว่นใหญ่ที่เขาเขียนก็มีชื่อเสียงมากด้วย โจเริ่มอ่านนิยายของเขาเพราะว่ามีโอกาสเจอหนังสือมือสองที่ราคาถูกมาก โจอ่าน “Ryusei no Kizuna(สายสัมพันธ์แห่งดาวตก) “Himitsu (ความลับ) “Byakuyakou (พระอาทิตย์เที่ยงคืน)    และ “Genya  (ผีกลางคืน?)    แล้ว
 

ทุกเรื่องสนุก แต่รู้สึกตกใจที่รู้ว่าบรรยากาศของเรื่องไม่เหมือนกันเลยระหว่างแต่ละเรื่อง Ryusei no Kizuna เป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องที่ถูกคนที่ไม่รู้จักฆ่าพ่อแม่ พวกเขาลองหาผู้ต้องหาเพื่อแก้แค้น เรื่องนี้ซีเรียสมาก แต่จบแบบมีความสุขและทำให้ผู้อ่านรู้สึกอุ่นใจ Himitsu ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านประทับใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องจินตนาการเกี่ยวกับผู้ชายที่ภรรยาเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ ลูกสาวของเขาที่อายุ ๑๒ ปี ก็อยู่กับแม่เมื่อเกิดอบัติเหตุ แต่เขาสามารถรอดชีวิตได้ หลังจากภรรยาเสียชีวิตแล้ว นิสัยของลูกสาวเปลี่ยนเป็นเหมือนแม่ ตอนแรกสามีไม่สามารถเชื่อว่าหัวใจของภรรยาย้ายไปอยู่ในตัวของลูกสาวได้ แต่หลังจากเขาเชื่อว่านิสัยของลูกสาวเป็นภรรยาแล้ว เขาตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตกับลูกสาวที่มีนิสัยของภรรยาโดยไม่บอกให้คนอื่นรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกสาวที่มีนิสัยภรรยายุ่งยาก และยิ่งลูกสาวโตขึ้น ยิ่งยุ่งมากขึ้น โจรู้สึกว่านักเขียนบรรยายความหึงหวง ความรัก และ ความเหงา ระหว่าง ๒ คนเก่งมาก สุดท้ายนักเขียนทำให้ผู้อ่านคิดเอาเองว่าความหมายของชื่อเรื่อง ความลับคืออะไรกันแน่

 ในทางกลับกัน Byakuyakou กับ Genya เป็นเรื่องที่ไม่มีความสุขที่สุดเลยและทำให้ผู้อ่านรู้สึกหนักใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่สวยมากและน่ากลัวมากด้วย ไม่รู้ว่าผู้หญิงใน ๒ เรื่องเป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่เขาใช้ทุกวิธี(รวมถึงวิธีที่ผิดกฎหมาย)เพื่อได้รับความสำเร็จ โจรู้สึกตกใจที่รู้ว่านักเขียนคนนี้เขียนฉากลามกด้วย สำหรับ ๒ เรื่องนี้ นักเขียนเขียนแค่ความจริงและไม่อธิบายความรู้สึก/ความคิดของผู้หญิงคนนี้ให้ชัดเพื่อทำให้ผู้อ่านเดาเอง รู้สึกว่าจะอธิบายความน่าดึงดูดใจของเรื่องนี้โดยใช้ภาษาไทยยาก


Sunday, 13 April 2014

การทำงานของงบประมาณปีนี้



การทำงานของงบประมาณปีนี้เริ่มแล้ว ปีนี้จำนวนการทำงานประจำเพิ่มขึ้น อีก(แต่ตำแหน่งกับรายได้ไม่เปลี่ยนแปลงเลย....)  โจจะต้องเขียนรายงานประจำเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย มาเลเซีย และอินเดียในทุกเดือน/ ไตรมาส/ครึ่งปี 

ปีนี้โจรับผิดชอบกับงานประจำมากกว่าเป้าหมายของตำแน่งตัวเองแล้ว จึงไม่ต้องเขียนรายงานอื่นแต่นอกจากเขียนรายงานประจำแล้ว มีหลายเรื่องที่อยากจะเขียนยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถเขียนได้หรือไม่แต่ ตอนนี้มี ๒ หัวข้อที่อยากจะเขียน  หัวข้อที่ ๑ คือเรื่องเกี่ยวกับหนี้ต่างประเทศของประเทศพม่า ปีที่แล้วก็ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ยังมีหลายสิ่งที่อยากจะรู้ โดยเฉพาะโจรู้สึกสนใจกับ การวิเคราะห์ความอย่างยั่งยืนหนี้ต่างประเทศ ที่ IMF กับธนาคารโลกพัฒนา การวิเคราะนี้ใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณดังนั้นจึงมีประโยชน์  แต่ก็เข้าใจรายละเอียดได้ยาก ดูเหมือนว่ายังไม่ค่อยมีรายงานที่อธิบายสถานการณ์หนี้ต่างประเทศของพม่าโดยอธิบายรายละเอียดระบบการวิเคราะหนี้  (บางคนก็เลยรู้สึกว่าการวิเคราะหนี้ เหมือนกล่องดำ

http://www.economist.com/news/special-report/21578174-opening-up-myanmar-could-transform-rest-asia-rite-passage
หัวข้อที่ ๒  คือ การลงทุนโดยตรงจากประเทศกำลังพัฒนา เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เขียนในงบประมาณปีที่แล้ว แต่คิดว่าคุณภาพของรายงานไม่ค่อยดีแลพจะต้องตรวจสอบเพิ่มอีกหลายสิ่งคิดว่าปีนี้จะต้องวิจัยโดยใช้เศรษฐมิติ ไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำได้แค่ไหน  แต่นอกจากใช้ข้อมูลแมโครแล้วจะต้องใช้ข้อมูลไมโครด้วย (เรื่องนี้ทำให้โจรู้สึกหนักใจมาก)

Wednesday, 2 April 2014

วันหยุด



*เขียนวันที่ ๓๐ มีนาคม
ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้ (ยกเว้นระหว่างไปเที่ยวไทยในปีใหม่) โจยุ่งมากและต้องไปทำงานส่วนวันเสาร์อาทิตย์ เวลาไม่ทำงานก็รู้สึกร้อนใจ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะสามารถเสร็จงานก่อนเส้นตายได้หรือไม่ แต่อาทิตย์นี้งานทำงานของงบประมาณปีนี้เกือบจะเสร็จแล้วและรู้สึกโล่งอก ยังมีหลายสิ่งที่อยากจะเขียน/จะต้องทำ แต่อาทิตย์นี้โจใช้วันหยุดเพื่อพักผ่อนนานๆ 
๔ วันที่แล้ว ไปบ่อน้ำร้อนสาธารณะที่ไปบ่อยๆ วันที่โจไปเป็น วันอาบน้ำ และมีอางอาบน้ำพิเศษที่มีไวน์  ไม่แน่ใจว่าการอาบไวน์ดีสำหรับสุขภาพหรือไม่ แต่หอมมาก๓ วันที่แล้ว ไปทำงานแต่กลับบ้านราวๆ ๒ ทุ่มครึ่ง เวลานี้ไม่เร็วมากเท่าไร แต่การกลับบ้านก่อน ๔ ทุ่มไม่เป็นปกติและรู้สึกแปลกใจนิดหน่อย ๒ วันที่แล้วก็ใช้วันหยุดครึ่งวันและกลับบ้านราวๆ บ่าย ๓  หลังจากนั้นไปเดินเล่นกับหมานานๆ รู้สึกตกใจที่รู้ว่าฤดูใบไม้ผลิกำลังมาแล้ว ดูเหมือนว่าตัวเองลืมการเปลี่ยนฤดูเลย จริงๆรู้สึกว่า ความหมายของตัวอักษรจีน ของ ยุ่ง ภาษาญี่ปุ่น เป็นความจริง (ตัวอักษรนี้มีความหมายว่า หัวใจเสียหาย)
วันเสาร์อาทิตย์นี้ก็ไม่ได้ไปทำงานและพักผ่อนนานๆ ในวันเสาร์ ตอนแรกลองไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนโดยขับรถ แต่รถติดมากไป จึงยอมแพ้และกลับบ้านดูหนังของอินเดียเรื่อง Three Idiots (คนบ้า ๓ คน) ที่รุ่นพี่แนะนำ หนังเรื่องนี้น่าสนุกกว่าที่คิดเอาไว้มากและทำให้โจคิดหลายสิ่ง เช่น ผลเสียของระบบอุดมศึกษาในตอนนี้ ความสำคัญของอุดมศึกษา และ  ความหมายของชีวิตเป็นต้น 
วันนี้ ในตอนเช้าอ่านหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ดีใจที่ได้อ่านหนังสือโดยใช้เวลานานๆ โดยไม่ต้องคิดถึงเวลา/การทำงาน ในตอนเย็นทำความสะอาดห้องโดยใช้เวลานานๆ ก็รู้สึกตกใจที่รู้ว่าตัวเองเก็บหลายสิ่งที่ไม่จำเป็นเลย รู้สึกว่าวันหยุดในสิ้นเดือนนี้มีประสิทธิภาพและสามารถรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายได้มาก คิดว่าปีนี้โจรับการทำงานมากไป(โดยไม่ได้ปฎิเสธเลย)  ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีเวลาวิจัยมากสำหรับแต่ละหัวข้อ จึงคิดว่าคุณภาพก็ยังไม่ค่อยดีนัก นอกจากนี้แล้วไม่ค่อยมีเวลาที่จะสามารถพัฒนาความสามารถของตัวเองทางภาษากับการวิจัยนอกบริษัทได้ด้วย ยังไม่แน่ใจว่าในงบประมาณปีหน้าการทำงานจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง แต่อยากจะเพิ่มคุณภาพและอยากจะมีเวลาที่พัฒนาตัวเองมากกว่าตอนนี้ (ไม่รู้ว่าตัวเองมองโลกในแง่ร้ายหรือไม่ แต่สงสัยว่าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นเลย)