Sunday, 11 January 2015

การไปเที่ยวไทย



สิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาโจไปเที่ยวไทยเหมือนเดิม ครั้งนี้ไม่ค่อยไปหลายที่และพักผ่อนนานๆที่หัวหินกับกรุงเทพฯ เพราะว่าปีที่แล้ว โจไปเชียงใหม่และเป็นหวัด  รู้สึกตกใจที่รู้ว่าหัวหินเย็นมากกว่ากรุงเทพฯ(จึงไม่สามารถว่ายน้ำได้เลย ) ตอนโจพักที่หัวหิน โจไปเที่ยวที่วังบ้านปืน – เพชรบุรีกับ กองบิน ๕ –ประจวบ รู้สึกว่าประจวบก็น่าอยู่(ชายหาดมีคนน้อยและเงียบกว่าหัวหิน)  
 
สำหรับอาหาร โจรู้สึกว่าอาหารของโรงแรมเชราตันอร่อยมากๆ (เมื่อไปทานอาหาร โจไม่ค่อยหิว แต่ยังรู้สึกอร่อยมาก อยากจะรู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อรู้สึกหิวมาก )

หลังจากกลับกรุงเทพฯ โจไปทานอาหารหรือกาแฟกับเพื่อนหลายคน ดีใจที่ได้รู้ว่าทุกคนสบายดีเหมือนเดิม 

นอกจากนี้แล้ว โจไปที่ที่ยังไม่เคยไปด้วย เช่นโจไปห้องสมุดแห่งชาติเพื่อหาข้อมูลฉบับเก่าๆสถิติทางเศรษฐกิจ ดูเหมือนว่าถ้าเช็คหนังสือเก่า เราสามารถเก็บข้อมูล ราวๆ ๓๐- ๕๐ ปี ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒  ได้   หลังจากนั้น โจแวะถนนข้าวสารเป็นครั้งแรกใน รอบ ๘ ปีที่ผ่านมาและคิดถึงสมัยนักศึกษาที่มาที่นี่บ่อยๆ รู้สึกว่าบรรยากาศเปลี่ยนไปนิดหน่อย และ สะอาดขึ้นด้วย 
ไม่แน่ใจว่าปีนี้จะมาเที่ยวไทยกี่ครั้งเพราะว่าค่าเงินเยนลดลงมากๆ และรู้สึกว่าอะไรๆแพงมากราวๆ๓๐- ๔๐ เปอร์เซ็นต์ (ราคาอาหารญี่ปุ่นที่โจทานที่สยามพารากอนก็แพงกว่าญี่ปุ่น) ยังไม่แน่ใจว่าค่าเงินเยนจะแข็งขึ้นอีกครั้งหรือไม่ แต่โจเริ่มคิดว่าระหว่างค่าเงินเยนถูกมาก จะไปเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นแทนไทยก็ดี (ยังมีหลายที่ที่ยังไม่เคยไป)

เป้าหมายในปี ๒๕๕๘



ปีที่แล้วก็มีเรื่องดีกับเรื่องไม่ดีหลายเรื่อง แต่โจรู้สึกว่าโดยสรุป ปีที่แล้วเป็นปีไม่ค่อยดีเพราะว่าโจไม่ค่อยสบายและไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของปีที่แล้วที่โจคิดเอาไว้ได้เลย (ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับความเครียดหรือไม่ แต่ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โจรู้สึกเจ็บกระเพาะมากบ่อยๆและทำให้โจรู้สึกเหนื่อยและหมดแรง) 
ในที่สุดโจก็เข้าใจความสำคัญของสุขภาพกับการออกกำลังกาย ดังนั้นเป้าหมายของปีนี้ คือ จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นและบรรลุเป้าหมายของปีที่แล้วที่ยังไม่บรรลุเลยให้ได้

Saturday, 8 November 2014

เข้าร่วมการอบรมออนไลน์ของ IMF



ตั้งแต่ ๓ อาทิตย์ที่แล้ว โจเข้าร่วมโปรแกรมการอบรมออนไลน์ของ IMF ผู้เข้าร่วมจะเรียน Debt Sustainability Analysis (การวิเคราะห์ความยั่งยืนของหนี้ของประเทศ) โดยใช้อินเทอร์เน็ต
 โจรู้สึกตกใจที่รู้ว่าคุณภาพของการศึกษาออนไลน์พัฒนาไปมาก ก่อนโจเข้าร่วมโจกลัวว่าจะเรียนคนเดียวโดยใช้อินเทอร์เน็ตยาก เพราะว่าจะรู้สึกเบื่อได้ง่ายและจะมีสมาธิยาก แต่โครงสร้างของการอบรมทำให้ผู้เข้าร่วมรู้สึกสนใจมาก วิดีโอกับคำถามก็น่าสนใจและเราสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคำถามในเว็บบอร์ดได้ด้วย (การรู้ความคิดเห็นของหลายคนจากหลายประเทศก็สนุกดี) ระบบการศึกษาแบบนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่คิดว่าการเรียนแบบนี้จะขยายตัวมากกว่านี้ สำหรับคนที่อยากจะเรียนสถานการณ์นี้ดีมาก (สามารถเรียนกับอาจารย์ที่สอนเก่งมากได้ ไม่เกี่ยวว่าจะอยู่ที่ไหน จะเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ ค่าเรียนก็ถูกหรือฟรี ) สำหรับอาจารย์ก็ดีเพราะว่าอาจารย์ไม่ต้องสอนหลายครั้งและสามารถใช้เวลานานๆกับการวิจัยก็ได้ 
แต่มีความเป็นไปได้ที่การศึกษาออนไลน์ทางวีดีโอจะมาแทนที่การศึกษาออฟไลน์ และจะเกิดผลเสียต่อตลาดแรงงานของการศึกษา โจก็เลยคิดว่าความสำคัญของการศึกษาออฟไลน์จะต้องเปลี่ยนจากการสอนเหมือนวีดีโอไปสู้การสนทนา หรือ การติดต่อกับนักเรียนแทน ถ้าวิธีสอนออฟไลน์ไม่เปลี่ยน ครูกับอาจารย์หลายคนอาจจะตกงาน

การไปทำงานที่อินเดีย



อาทิตย์ที่แล้วกับอาทิตย์นี้โจไปทำงานที่อินเดียมา ครั้งนี้ก็ไปนิวเดลีกับมุมไบและสัมภาษณ์กับหลายคน หลังจากรัฐบาลเปลี่ยนในพฤษภาคมที่ผ่านมา หลายคนหวังว่าสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจกับเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่คนที่โจไปสัมภาษณ์หลายคนบอกว่าสถานการณ์ยังไม่ค่อยเปลี่ยนยกเว้นความเชื่อมั่นนักลงทุนกับผู้บริโภค
 ดูเหมือนว่าคนอินเดียหลายคนคิดว่าของการปฏิรูปจะเร็วขึ้นในปีหน้า และเศรษฐกิจก็จะค่อยๆดีขึ้น แต่คนญี่ปุ่นที่ทำงานที่อินเดียหลายคนยังรู้สึกสงสัยว่ารัฐบาลจะสามารถเปลี่ยนหลายสิ่งได้หรือไม่ เพราะว่าการตัดสินใจของรัฐบาลอินเดียจะใช้เวลานาน (รัฐบาลกลางจะต้องเจรจากับรัฐบาลท้องถิ่นด้วย)  แต่ไม่มีคนที่คิดว่าเศรษฐกิจจะแย่ลงกว่าตอนนี้ โจยังไม่เข้าใจว่าความแตกต่างระหว่างความคิดของคนอินเดียกับญี่ปุ่นมาจากที่ไหน แต่การสนทนากับพวกเขาช่วยการเข้าใจของโจมาก
ครั้งนี้โจรู้สึกว่ามลพิษทางอากาศ(กับเสียง)แย่ลงกว่าปีที่แล้วและรู้สึกว่าจะต้องเริ่มกำหนดนโยบายเพื่อช่วยสิ่งแวดล้อมในอนาคตอันใกล้ แต่ดูเหมือนว่ามีคนที่คิดแบบโจน้อย เพราะว่าพวกเขาคิดว่าการพัฒนาเศรษฐกิจและการแก้ปัญหาความยากจนสำคัญมากกว่าการช่วยสิ่งแวดล้อม รัฐบาลอินเดียอยากจะเพิ่มอัตราส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตจาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าข้อบังคับไม่เข้มงวดแรงขึ้นเลย โจกลัวว่ามลพิษจะแย่ลงมากไปกว่านี้

Saturday, 18 October 2014

ไปเที่ยวเขาใหญ่ โคราช และ พิมาย

อาทิตย์ที่แล้วโจไปเที่ยวไทยมา ครั้งนี้อยู่ที่กรุงเทพฯแค่ ๑ วันเท่านั้นและระหว่างอยู่ที่กรุงเทพฯก็ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษ โจไปเจอเพื่อนและไปดูวิวที่บาร์ของโรงแรม Banyan Tree แต่ดูเหมือนว่าเพื่อดูวิวสวยมากที่มีชื่อเสียง จะต้องทานอาหารด้วย (บาร์กับร้านอาหารอยู่ชั้นอื่น) 
ตั้งแต่วันที่ ๒ ถึงวันที่ ๔ โจเช่ารถขับไปเขาใหญ่ บรรยากาศของ รีสอร์ทที่โจพักก็ดี แต่รู้สึกว่าสำหรับคนต่างชาติหารีสอร์ทนั้นได้ยาก (ไม่สามารถหาที่นั่นโดยใช้ GPS ได้และไม่ได้เห็นป้ายที่มีภาษาอังกฤษด้วย ) 
วันที่ ๓ ตอนเช้าขับรถไปในอุทยานแห่งชาติของเขาใหญ่ ไม่รู้ว่าเพราะว่าฝนตกหรือไม่ แต่ไม่ค่อยเห็นสัตว์  โจก็เลยออกจากเขาใหญ่และไปพิมาย(ระหว่างเขาใหญ่กับพิมายใช้เวลานานกว่าที่คิดเอาไว้ ราว ๓-๔ ชั่วโมง 
ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับนโยบาย ของ ค.ศ.ช หรือไม่ แต่ไม่ต้องเสียค่าเข้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง(ปกติไม่ใช่ฟรี) โจชอบแบบเขมรและรู้สึกว่าสวยมาก หลังจากนั้นระหว่างกลับโรงแรม โจแวะโคราชเพื่อดูอนุสาวรีย์สุรนารีด้วย ไม่ได้ไปเที่ยวในโคราช แต่รู้สึกว่าบรรยากาศใกล้ๆอนุสาวรีย์คล้ายกับเชียงใหม่
วันที่ ๔ ระหว่างกลับกรุงเทพฯ โจไปพระราชวังบางปะอิน (เคยไปเที่ยวอยุธยาหลายครั้ง แต่ไปเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรก) โจรู้สึกตกใจและดีใจที่ได้เช่ารถกอล์ฟ รู้สึกว่าไปเที่ยวโดยขึ้นรถกอล์ฟ สะดวกมาก คิดว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ไทยกับญี่ปุ่นยังไม่ค่อยมีบริการนี้ แต่ถ้ามีจำนวนนักท่องเที่ยวของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นมาก 

ครั้งนี้จริงๆรู้สึกว่าค่าเงินเยนลดลงต่อเงินบาทมาก (๑ หมื่นเยนเท่ากับน้อยกว่า ๓ พันบาท ) สถานการณ์นี้ไม่ดีสำหรับคนญี่ปุ่นที่ไปเที่ยวไทย แต่สำหรับคนไทยที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นดีมาก รู้สึกผิดต่อนักท่องเที่ยวคนไทย แต่อยากให้เงินเยนเข็งขึ้นอีกครั้ง

ไปคอนเสิร์ตของ X Japan

๒ อาทิตย์ที่แล้ว โจไปคอนเสิร์ตของ X Japan มา คอนเสิร์ตของครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตโหมโรงของเมดิสัน สแควร์ การ์เดน  และเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในรอบ ๔ ปีที่ผ่านมา ครั้งนี้ที่นั่งเป็นที่นั่งดีมาก (แถว ๑๑ ที่จากเวที) และสามารถดูหน้าตาให้ชัดเจนได้   
รู้สึกว่าการแสดงกับหน้าตาของโยชิกิไม่แก่เลย ไม่อยากเชื่อว่าเขาอายุเท่ากับเจ้านายของโจ แต่รู้สึกว่าแฟนของ  X Japan แก่แล้ว (แฟนจริงๆที่รู้จักสมัย  X Japan ใส่ชุดแรงๆส่วนใหญ่อายุมากกว่าโจ ๑๐ ปี ) คนที่เล่นคอสเพลย์บางคนก็น่ากลัวกว่าน่ารัก/สวย  ไม่รู้ว่า X Japan จะเล่นต่อไปถึงเมื่อไรแต่ถ้ามีโอกาสอยากจะไปอีกครั้ง


Sunday, 28 September 2014

วันที่โชคไม่ดี

ไม่รู้ว่าเพราะว่าเดี๋ยวนี้เหนื่อยมากไปจากการทำงานประจำและลืมเรื่องอื่นง่ายหรือไม่ แต่เมื่อวานนี้เป็นวันที่โชคไม่ดีเลย ตอนเช้าโจไปรับวีซ่าของอินเดีย เมื่อโจขอวีซ่าอาทิตย์ที่แล้ว โจรับเอกสารที่บอกว่า คนที่จะมารับวีซ่าจะต้องมา 17:00-17:30 ของ วันธรรมดา แต่ก่อนโจเช็คโฮมเพจของศูนย์วีซ่า โฮมเพจบอกว่า เราสามารถจะมารับระหว่างเวลา/วันอื่นที่ศูนย์วีซ่าเปิดก็ได้  โจก็เลยไปรับตอนเช้าของวันนี้ แต่พนักงานบอกว่าไม่สามารถรับได้นะครับ (ไม่รู้ว่าความรับผิดชอบอยู่กับโจหรือไม่ )
http://iheartinspiration.com/quotes/bad-day-bad-life/#!prettyPhoto
หลังจากนั้น โจไปทำงานที่บริษัทต่อ  ตอนเย็นไปเรียนภาษาไทย แต่โจลืมกระเป๋าเงินที่บริษัทและจะต้องยกเลิก (ไม่อยากขอยืม) หลังจากยกเลิกการเรียนภาษาไทย โจกลับบริษัทเอากระเป๋าเงินและกลับบ้าน แต่ไม่สามารถเข้าบ้านได้ เพราะว่าลืมกุญแจที่ห้อง พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน แบตเตอรี่มือถือหมด ตอนนั้นโจรู้สึกเกือบจะฆ่าตัวตาย (แต่พ่อแม่กลับมาภายใน 30 นาที)  อยากจะพักผ่อนนานๆ