Sunday, 29 July 2012

การปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทย

อาทิตย์ที่แล้วเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพม่าเสร็จแล้ว   ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้มุ่งเน้นการส่งออกกับการนำเข้า กำลังคิดว่าจะเขียนเรื่องอื่นในอีก ๔-๖ เดือนข้างหน้า ตั้งแต่อาทิตย์นี้โจก็เริ่มเขียนรายงานใหม่ (กำลังคิดว่าจะตีพิมพ์รายงานใหม่ทุก ๓ เดือน  ครั้งนี้วิจัยเกี่ยวกับการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทย ตั้งแต่เมษายนของปีนี้รัฐบาลปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำราวๆ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หลายคนคิดว่านโยบายนี้ทำให้เกิดผลดีกับผลเสียมากต่อสังคมกับเศรษฐกิจไทย
อาทิตย์นี้โจตรวจดูระบบค่าแรงขั้นต่ำกับการกระจายรายได้ของประเทศไทยและเริ่มคิดว่าในระยะสั้นการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทำให้เกิดผลกระทบนอยกว่าหลายคนคิดเอาไว้
จริงๆแล้วมีคนที่รายได้อยู่ระหว่างค่าแรงขั้นต่ำเก่ากับค่าแรงขั้นต่ำใหม่มาก แต่ส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงานส่วนตัวหรือคนที่ช่วยธุรกิจครอบครัว (มีคนที่ไม่ได้ทำงานประจำด้วย)  นโยบายเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำมีผลต่อแค่ลูกจ้างเอกชนที่ทำงานวันละมากกว่า ๙ ชั่วโมงเท่านั้นและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายได้ของกลุ่มคนที่ทำงานส่วนตัวได้

แต่โจคิดว่าในระยะกลางนโยบายนี้ทำให้เกิดผลกระทบมากเพราะบริษัทจะต้องเพิ่มรายได้ของแรงงานที่มีฐานะสูงกว่าแรงงานที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำด้วย  (แต่การปรับค่าแรงของทุกคนอาจจะใช้เวลา)  บางคนคิดว่าบริษัทต่างชาติที่อยู่ที่ประเทศไทยอาจจะย้ายโรงงานไปประเทศอื่นที่ค่าแรงงานถูกกว่าไทย  สถานการณ์นี้อาจจะทำให้เกิดผลดีกับผลเสีย เช่น จำนวนผู้ว่างงานจะเพิ่มขึ้น แต่ให้โอกาสที่สร้างอุตสาหกรรมใหม่ ยังไม่แน่ใจว่า ข้อสรุปของรายงานจะเป็นอย่างไรบ้าง คิดว่าจะปรึกษากับหลายคนดีกว่า

Wednesday, 18 July 2012

การเข้าร่วมการประชุมของสมาคมไทยศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น

อาทิตย์ที่แล้วโจไปเข้าร่วมการประชุมของสมาคมไทยศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่นที่มหาวิทยาลัยโอซาก้า เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว โจเคยเข้าร่วมการประชุมนี้เพื่อฟังหัวข้อการวิจัยของคนอื่น แต่ครั้งนี้โจก็รำเสนอหัวข้อการวิจัยของตัวเองด้วย
โจเลือกหัวข้อเกี่ยวกับ ลักษณะ GDP ของประเทศไทย เพราะตั้งแต่ปีที่แล้วโจทำงานที่แผนกบัญชีประชาติอยู่และรู้สึกสนใจ GDP ของหลายประเทศและในข้อมูลทางเศรษฐกิจ GDP มีความสำคัญมาก แต่ดูเหมือนว่าคนญี่ปุ่นที่วิจัยเศรษฐกิจกับสังคมไทยไม่ค่อยวิจัยรายละเอียดของ GDP นอกจากกนี้ไม่มีเอกสารที่อธิบายลักษณะกับข้อควรคำนึงของ GDP ของประเทศไทยโดยใช้ภาษาญี่ปุ่น

ไม่แน่ใจว่าผู้ฟังสนใจการนำเสนอของโจและเรื่องที่โจนำเสนอจะช่วยในการวิจัยของพวกเขาหรือไม่ แต่หวังว่าจำนวนคนที่วิจัยเศรษฐกิจของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น(ไม่รู้ว่าทำไมแต่โจคิดว่าคนรุ่นใหม่ที่วิจัยประเทศไทย มีจำนวนคนที่วิจัยเศรษฐกิจน้อย
หลังจากที่โจนำเสนอหัวข้อการวิจัยเสร็จแล้ว โจก็ฟังการนำเสนอของนักจิจัยคนอื่นด้วย สำหรับโจแล้วเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจนั้นเข้าใจยากมาก ครั้งนี้นักจิวัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาเข้าร่วมและนำเสนอหัวข้อของพวกเขาด้วย โจลองฟังดูแต่เข้าใจน้อยกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะการนำเสนอนี้มีแค่ภาษาไทย(ไม่มีคนที่อธิบายโดยใช้ภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่น) รู้สึกเสียใจที่ไม่สาสามาถเข้าใจเลย
นอกจากไปมหาวิทยาลัยโอซาก้าแล้ว ครั้งนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างและไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษ ( ไป ที่อาบน้ำสาธารณะ ที่อยู่ใกล้ๆมหาวิทยาลัย ) คราวหน้าที่จะไปเข้าร่วมการประชุมอยากจะไปเที่ยวหลายที่

พยัคฆ์สาวรอยสักมังกร (The Girl with the Dragon Tattoo)

เดือนที่แล้วโจดูหนังเรื่อง พยัคฆ์สาวรอยสักมังกร (The Girl with the Dragon Tattoo)
หนังเรื่องนี้มาจากนวนิยายของประเทศสวีเดน (นวนิยายนี้เป็นนวนิยายเรื่องแรกของนักเขียนคนนี้ แต่ก่อนตีพิมพ์เขาเสียชีวิตแล้ว นวนิยายนี้เป็นที่นิยมมากๆในประเทศสวีเดน)
หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องลึกลับ(เรื่องน่าสงสัย)และเป็นเรื่องเกี่ยวกับการตามหาผู้หญิงที่หายไป ราวๆ เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว บางฉากมีภาพสยดสยอง แต่สนุกมากๆ
หนังเรื่องนี้มี ๒ เวอร์ชั่น โจดูเวอร์ชั่นสวีเดนก่อนหลังจากนั้นดูเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ดด้วย สำหรับโจแล้วเวอร์ชั่นสวีเดนสนุกมากกว่าเวอร์ชั่นฮอลลีวู้ด อยากจะอ่านนวนิยายด้วย

Sunday, 1 July 2012

การทุจริตทางการเมืองของประเทศบังคลาเทศ

อาทิตย์ที่แล้วโจอ่านบทความเกี่ยวกับการทุจริทางตการเมืองของประเทศบังคลาเทศ
บทความนี้บอกว่ารัฐบาลตอนนี้กดดัน BNP (ผ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ) อยู่
มีคนบอกว่ารัฐบาลกดดันคนที่มีอำนาจและมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลไม่ดีด้วย (เช่น มูฮัมหมัด ยูนูส ผู้ก่อตั้งธนาคารกรามีนและเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ)
นอกจากนี้แล้วมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลสานมีเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนักการทูตของประเทศซาอุดิอาระเบีย ผู้ประท้วงและนักหนังสือพิมพ์ที่ตรวจสอบเรื่องการทุจริตทางการเมืองของรัฐบาลด้วย
นักเขียนบอกว่าการทุจริตทางการเมืองของรัฐบาลตอนนี้ทำให้หลายประเทศเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์กับรัฐบาลตอนนี้ใหม่ เช่นธนาคารโลกหยุดการลงทุน รัฐบาลญี่ปุ่นส่งแค่ผู้แทนของนายกรัฐมนตรีเพื่อเป็นการบอกว่ารัฐบาลจะต้องแก้ปัญหาเกี่ยวกับการทุจริทางตการเมือง และรัฐบาลของประเทศอินเดียก็เริ่มสร้างความสัมพันธ์กับ BNP (สมัยก่อน ความสัมพันธ์ระหว่าง BNP กับรัฐบาลอินเดียไม่ดีเลย)
โจไม่รู้ว่าเนื้อความกับกระแสข่าวนี้เป็นความจริงหรือไม่แต่รู้สึกว่าเนื้อความของบทความนี้ลำเอียงยงนิดหน่อยเพราะนักเขียนไม่ค่อยเขียนและอธิบายการแสดงความคิดเห็นของรัฐบาล

* หลังจากบทความนี้เผยแพร่ออกมารัฐบาลบังคลาเทศส่งข้อความเกี่ยวกับบทความนี้ให้ The Economist เราจึงสามารถอ่านการแสดงความคิดเห็นของรัฐบาลได้ โจรู้สึกว่าผลกระทบของนิตยสารนี้ต่อรัฐบาลใหญ่มาก

<อ้างอิง>
Banged about (From The Economist May 26th 2012)

วันเกิด

อาทิตย์นี้โจอายุ ๒๙ ปีแล้ว จริงๆตกใจมากที่รู้ว่าตัวเองอายุ ๒๙ ปีแล้ว (นอกจากนี้ ปีนี้ก็ผ่านไปครึ่งปีแล้ว) เวลาผ่านไปเร็วมาก
สมัยก่อนโจคิดว่าเมื่ออายุ ๒๙ ชีวิตโจจะมีความมั่งคงมากแล้ว (เช่น แต่งงานแล้ว ตัดสินใจว่าจะทำงานที่ตอนนี้ทำงานอยู่ไปนานๆถึงเกษียณ เป็นต้น)

แต่จริงๆแล้วอะไรๆก็ยังไม่แน่นอนเลย โจไม่แน่ใจว่าโจจะทำอะไรที่ไหนในอีก ๒-๓ ปีหน้าปีใหม่ปีนี้โจเขียนเป้าหมายไว้ว่าจะเลือกสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ (ภายใน ๓-๕ ปี อยากจะไปเรียน/ทำงานที่ต่างประเทศ)
แต่ตั้งแต่โจกลับมาทำงานที่บริษัทมีหลายอย่างเกิดขึ้นและยังไม่ได้เริ่มหาวิธีและสมัครอะไรเลย (ยังแค่คิดเท่านั้น) นอกจากนี้ ยังไม่ได้สมัครสอบภาษาอังกฤษด้วย(เพื่อหาโอกาสที่ดีโจจะต้องเข้าสอบภาษาอังกฤษก่อน)  เวลาที่เหลือในปีนี้อยากจะมีเวลาที่จะทำสิ่งเหล่านี้

แต่โจก็บรรลุเป้าหมายอื่นนิดหน่อยแล้ว เช่นตอนนี้กำลังวิจัยเศรษฐกิจประเทศอาเซียนที่นอกเหนือจากประเทศไทย (เขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพม่าแล้วและกำลังหาข้อมูลของประเทศอินเดียด้วย )
นอกจากนี้ลดน้ำหนักตัวนิดหน่อยแล้ว (เดี๋ยวนี้โจไปวิ่งจ็อกกิ้งบ่อยๆ แต่ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่รู้สึกอ้วนขึ้นอีกครั้งเพราะเป็นไข้หวัดและไม่ได้ไปวิ่งจ็อกกิ้งเลย )
ปีหน้าโจจะอายุ ๓๐ ก่อนวันเกิดปีหน้าอยากจะตัดสินใจเลือกหลายสิ่งและรู้สึกดีมากกว่าปีนี้

Saturday, 16 June 2012

ไม่สบาย

หลังจากกลับมาจากเชียงใหม่โจไม่สบายราวๆ ๒ อาทิตย์(ปกติเมื่อโจเป็นไข้หวัดโจจะหายภายใน ๑ อาทิตย์ แต่ไม่รู้ว่าทำไมครั้งนี้ใช้เวลามากๆ)
ร้สึกตัวร้อนๆหนาวๆและเวียนหัวมาก ๒ อาทิตย์ที่แล้วกับอาทิตย์นี้ นอกจากไปทำงานแล้วโจก็ไม่ได้ทำอะไรเลย พักผ่อน นอนมากๆ(แต่ไม่อยากหยุดงานเพราะไม่สบายจากการไปเที่ยว)
ส่วนใหญ่โจจะนอนหลับแต่เมื่อไม่ง่วงนอนเลย จะเปลี่ยนไปพักผ่อนดูหนังที่ห้องแทน
โจดูหนังเรื่อง เจ. เอ็ดการ์ (เรื่องเกี่ยวกับชีวิต เจ. เอ็ดการ์ ฮูเวอร์ เขาเป็นกำลังสำคัญของสำนักงาน
สอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา)ดูเหมือนว่าบางคนไม่ค่อยคิดว่าคุณภาพของหนังเรื่องนีดีแต่
สำหรับโจแล้วหนังเรื่องนี้สนุกมาก คิดว่าการแสดงของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ดีมาก คิดว่า
ภาพลักษณ์ของเขาเปลี่ยนมาก สมัยก่อนเขามักจะแสดงแต่คนดีและหล่อ แต่ตอนนี้มีโอกาสที่จะแสดงเป็นคนไม่ดี/คนแรงๆ สำหรับโจแล้วโจชอบการแสดงของตอนนี้มากกว่า
ในที่สุดอาการก็ดีขึ้น แต่มีหลายอย่างที่โจจะต้องทำ อาจจะยุ่งมากกว่าที่คิดเอาไว้
ต้องระวังไม่ให้ไม่สบายอีกครั้ง

การไปเที่ยวเชียงใหม่

๒ อาทิตย์ที่แล้วโจไปเที่ยวเชียงใหม่มา (สำหรับนักท่องเที่ยงเชียงใหม่มีชื่อเสียงมาก แต่สำหรับโจแล้วเป็นการไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งแรก)
โจไปเที่ยวหลายที่ วันแรกมาถึงเชียงใหม่ราวๆ บ่ายสาม และ ไปเดินเล่นแถวๆโรงแรมและไปไนท์ซาฟารี  (สนุกมากแต่ง่วงนอนมากแล้ว)
วันที่ ๒ ไปปางช้างและไปขี่ช้าง(เคยขี่ช้าง ๒-๓ ครั้งแต่ ครั้งนี้ก็สนุกมาก) หลังจากนั้นไปดูการแสดงของช้าง ตกใจที่รู้ว่าช้างสามารถวาดรูปภาพได้เก่งมาก(อยากรู้วิธีการสอนการวาดรูปให้ช้าง)
นอกจากนี้แล้วไปเล่นการโหนสลิงด้วย เพิ่งเล่นเป็นครั้งแรกแต่ไม่ค่อยกลัวและสนุกมาก หลังจากนั้นไปล้องแพด้วย (จริงๆโชคดีเพราะล้องแพเสร็จฝนตกหนัก)
ก่อนกลับโรงแรมไป วัดพระธาตุดอยสุเทพ วิวสวยดีมาก คิดว่าสถาปัตยกรรมคล้ายกับวัดประเทศลาว คิดว่าที่เชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวคนจีนกับเกาหลีมากแต่ไม่ค่อยมีคนญี่ปุ่น
ในตอนกลางคืนก็ไปเที่ยวหลายที่ไปทาน ขันโตก ( อาหารแบบเชียงใหม่) ทานอาหารโดยดูการแสดงก็น่าสนใจมาก หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นหลายที่
จองโรงแรมที่อยู่ที่ที่เงียบแต่ไม่ค่อยได้พักผ่อนทำตัวตามสบายที่โรงแรม


วันที่ ๓  ก็มีกิจกรรมหลายอย่าง ตอนเช้าไปเดินเล่นที่ตลาดและไปดูของ (ดูเหมือนว่า แคบหมู มีชื่อเสียงมาก)

ตอนบ่าย กลับกรุงเทพฯเมื่อไปโรงแรมมีเรื่องแปลกใจ โจช่วยคนญี่ปุ่น ๒ คน(สามีกับภรรยาอายุมากกว่า ๕๐ ปี) ที่ดูเหมือนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับวิธีซื้อตั๋วไปที่สถานีพญาไท ไม่รู้ว่าทำไมแต่พวกเขารู้สึกดีใจมากและเชิญไปทานอาหาร  ไปทานอาหารจีนกับพวกเขาก็สนุกมากเพราะมีโอกาสที่คุยกับคนแบบที่ปกติโจไม่มีโอกาสรู้จัก (ที่ญี่ปุ่นไม่เคยมีโอกาสที่ไปทานอาหารกับคนที่รู้จักที่สถานีรถไฟ)
ไปเที่ยวหลายที่สนุกมากๆ แต่คิดว่าโจไปเที่ยวมากไปโดยไม่ค่อยพักผ่อน วันที่ ๔ โจก็เลยเจ็บคอ (และหลังจากกลับมาจากประเทศไทยไม่สบายราวๆ ๒ อาทิตย์) 
เมื่อกลับญี่ปุ่นโจเข้าใจผิดว่าโจจะมาถึงสนามบินฮาเนดะ(สนามบินที่อยู่ใกล้บ้านโจ)แต่ จริงๆแล้วมาถึงสนามบิน นาริตะ(สนามบินที่อยู่ไกลจากบ้าน) หลังจากมาถึงโจตกใจมากๆและรู้สึกแย่เพราะพ่อมารับโจที่สนามบินฮาเนดะ คิดว่าโจจริงๆเลินเล่อมากๆ
คราวหน้าอยากไปเที่ยวหลายที่โดยพักผ่อนมากกว่าครั้งนี้



   

Sunday, 20 May 2012

การเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพม่า


ตั้งแต่เดือนที่แล้วโจเริ่มวิจัยและเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจพม่า (เมื่อโจเขียนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศพม่าในไดอารีโจเขียนว่าถ้าโจจะเขียนรายงาน อยากจะเขียนสิ่งที่รายงานอื่นยังไม่ค่อยเขียน)
ตอนนี้โจวิจัยและเขียนเกี่ยวกับการนำเข้ากับส่งออก สถิติของประเทศพม่าบอกว่าการส่งออกมีมากกว่าการนำเข้าและรายงานสว่นใหญ่ใช้ข้อมูลนี้และคาดว่าการเกินดึลการค้านี้จะเพิ่มขึ้นต่อไป 
แต่โจคิดว่าข้อมูลของประเทศพม่าไม่ถูกและตอนนี้มีการนำเข้ามากกว่าการส่งออก และการขาดดุลการค้านี้จะเพิ่มขึ้น
โจคิดแบบนี้เพราะสถิติของประเทศอื่นบอกว่าประเทศอื่นส่งออกมากกว่าที่สถิติพม่าบอกการเพิ่มขึ้นของการส่งออกจะใช้เวลานานเพราะสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจ(เช่นคุณภาพโครงสร้างพื้นฐาน ระบบธุรกิจสำหรับบริษัทต่างประเทศเป็นต้น)ยังไม่ค่อยดีในขณะที่การนำเข้าอาจจะเพิ่มขึ้นมากในระยะสันเพราะรัฐบาลกำลังลดการจำกัดการนำเข้าอยู่ 
โจก็เลยคิดว่าประเทศพม่าอาจจะมีปัญหาที่มาจากการขาดดุลการค้า ยังไม่แน่ใจว่าความคิดนี้ถูกหรือไม่ จะต้องตรวจดูหลายสิ่งก่อน

ประเทศปากีสถานกับอินเดีย


วันนี้โจอ่านบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศปากีสถานกับอินเดียนักเขียนบอกว่าตั้งแต่สมัยก่อนถึงตอนนี้การส่งออกกับนำเข้าระหว่าง ๒ ประเทศไม่เพิ่มขึ้นเลย

(ในอีกทางหนึ่งการส่งออกกับนำเข้าระหว่างประเทศอินเดียกับจีนเพิ่มขึ้นมาก)ทุกคนรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศไม่ดีเลยเพราะศาสนาไม่เหมือนกันและมีปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่แคว้นแค้ซเมียร์ด้วย(ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข) 
แต่ในบทความนี้นักเขียนชี้ให้เห็นว่าเดี๋ยวนี้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่าง ๒ ประเทศเริ่มเปลี่ยนแปลง และรัฐบาลปากีสถานก็กำลังพยายามให้ทหารเข้าใจความสำคัญของการส่งออกนำเข้าและกำลังเปลี่ยนแปลงระบบทางการส่งออกนำเข้าระหว่าง ๒ ประเทศนักเขียนบอกว่าถ้าความสัมพันธ์ระหว่าง ๒ ประเทศดีขึ้น การส่งออกระหว่างประเทศอินเดียกับยุโรปและ ประเทศอินเดียกับประเทศแถบตะวันออกกลางก็จะเพิ่มขึ้น
โจคิดว่าในระยะยาวความสำคัญของความสัมพันธ์กับประเทศอินเดี่ยจะเพิ่มขึ้น เพราะความสำคัญทางเศรษฐกิจโลกจะย้ายจากประเทศจีนมาที่ประเทศอินเดีย ในตอนนั้นประเทศที่อยู่ใกล้กับประเทศอินเดียเช่นประเทศบังคลาเทศ กับ ศรีลังกาก็จะได้รับผลดีที่มาจากการพัฒนาของประเทศอินเดีย

แต่ดูเหมือนว่าบริษัทญี่ปุ่นยังไม่ค่อยทำธุรกิจในประเทศแถบนี้ นอกจากประเทศพม่าแล้ว โจกำลังหาหัวข้อการวิจัยเกี่ยวกับประเทศกำลังพัฒนา คิดว่าเขียนเกี่ยวกับเศรษฐกิจประเทศเหล่านี้ก็ดี

<อ้างอิง>
Clever steps at the border (From The Economist May 12th 2012)

ปูนิ่มผัดผงกะหรี่


วันนี้โจไปทานอาหารไทยที่ร้านอาหารชื่อ “ร้านอาหารสรวงสวรรค์” และทานปูนิ่มผัดผงกะหรี่เป็นครั้งแรก (จริงๆแล้วโจเคยทานปูผัดผงกระหรีหลายครั้งแต่ไม่เคยทานปูนิ่มผัดผงกะหรี่)
โจรู้สึกแปลกใจมากที่รู้ว่าปูนิ่มผัดผงกะหรี่นั้นทานง่ายกว่าปูผัดผงกะหรี่และรู้สึกอร่อยกว่าปูผัดผงกะหรี่ด้วย นอกจากอาหารจานนี้แล้วโจรู้สึกว่าส้มตำของร้านนี้ก็ทานง่ายและอร่อยมาก
โจไม่แน่ใจว่าที่โจรู้สึกว่าทานส้มตำของร้านนี้ง่ายนั้นเป็นเพราะเดี๋ยวนี้มีโอกาสไปทานอาหารไทยมากขึ้นหรือโจชินกับอาหารเผ็ดมากกว่าเมื่อก่อน หรือ เป็นเพราะรสชาติอาหารของร้านนี้ถูกปากโจมาก
ยังไงก็ตามอยากไปทานอาหารที่ร้านนี้อีกครั้ง