Saturday, 14 September 2013

การข่มขืนของอินเดีย



เมื่อวานนี้ ศาลของอินเดียตัดสินโทษประหารชีวิตให้กับอาชญากร ๔ คน ที่ข่มขืนผู้หญิงปีที่แล้ว(ผู้หญิงคนนี้ถูกข่มขืนในรถเมล์และเสียชีวิต เรื่องนี้ทำให้หลายคนโกรธและทำให้ตระหนักถึงกับสถานของการณ์ผู้หญิงอินเดีย)
บางคนคิดว่าโทษประหารชีวิตเหมาะสมกับพวกเขาและการตัดสินใจนี้อาจจะป้องกันการข่มขืนใหม่ แต่กลุ่มที่ไม่ยอมรับโทษประหารชีวิตไม่พอใจกับการตัดสินใจนี้
นิตยสาร The Economist ของอาทิตย์นี้ก็มีบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ บทความนั้นบอกว่าเพื่อแก้ไขปัญหาแบบนี้ อินเดียจะต้องเปลี่ยนแปลงความคิดสังคมต่อผู้หญิงและจะต้องเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมของผู้หญิงด้วย เช่น รัฐบาลป้องกันการเลือกเพศของลูกกับการแท้ง (พ่อแม่บางคนนิยมชายมากกว่าหญิง ความคิดนี้ก็มาจากความคิดว่าตำแหน่งผู้หญิงในสังคมต่ำกว่าผู้ชาย) ผู้หญิงจะต้องมีการศึกษาที่ดีกว่าตอนนี้ ตำแหน่งในบริษัทต้องมีการลดการแบ่งแยกทางเพศ(ร่สมทั้งการเมืองด้วย) จริงๆแล้ว การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ใช้เวลานาน บทความเมื่อก่อนก็เลยบอกว่าในระยะสั้น การเพิ่มจำนวนรถเมล์กับรถที่ให้ผู้หญิงขึ้นโดยเฉพาะมีประสิทธิภาพ )
นอกจากประชาชนของอินเดียแล้ว เรื่องนี้ทำให้คนต่างชาติรู้สึกสนใจกับสถานการณ์ของอินเดียด้วย แต่ดูเหมือนว่านอกจากอินเดียแล้ว ประเทศกำลังพัฒนาอื่น(เช่น บังคลาเทศ ศรีลังกา อินโดนีเซีย จีน และ กัมพูชา)ก็มีปัญหาแบบนี้ด้วย 
 คิดว่าสังคมระหว่างประเทศจะต้องคิดสถานการณ์ของประเทศเหล่านี้ด้วย

<อ้างอิง>
Daily chart :Too much of a bad thing (From The Economist Sep 10th 2013)
Women in India: Ending the Shame(From The Economist Sep 10th 2013)


Sunday, 8 September 2013

เศรษฐกิจของประเทศอินเดีย....จะเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือเปล่า



ตั้งแต่ปีใหม่นี้ธนาคารกลางอินเดียลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ๓ ครั้งเพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แต่อัตราขยายตัวของเศรษฐกิจยังไม่เพิ่มขึ้นเลย  อาทิตย์ที่แล้วสถิติบอกว่าภาวะเศรษฐกิจของอินเดียในไตรมาสที่ ๑ ปีนี้ขยายตัวร้อยละ ๔.๔ อัตรานี้เป็นอัตราต่ำที่สุดตั้งแต่ ไตรมาสที่ ๑ ปี ๒๕๕๑ (หลังจากวิกฤตทางการเงินโลก )
ราวๆ ๓ เดือนที่แล้ว มีคนคิดว่าสถานการณ์นี้จะเริ่มดีขึ้นในปีนี้ แต่ ตั้งแต่ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา
เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเลิกมาตรการ QE เร็วกว่าที่คิดเอาไว้ ค่าเงินรูปีได้ลดลงมาก และ หลายคนเริ่มคิดว่าสถานการณ์นี้อาจจะดำเนินต่ออีกนาน 

การลดลงของค่าเงินรูปีไม่ดีสำหรับเศรษฐกิจของอินเดีย เพราะ ราคาน้ำเขาน้ำมันเพิ่มขึ้นมาก และทำให้การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้น การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นด้วย (เพราะรัฐบาลให้เงินอุดหนุนสำหรับน้ำมัน) นอกจากนี้แล้วการลดลงของค่าเงินรูปีทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นด้วย และธนาคารกลางไม่สามารถลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ มีคนที่คิดว่าถ้าสหรัฐอเมริกาเริ่มเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงิน ราคาน้ำมันก็จะลดลง แต่ดูเหมือนว่า ปัญหาเกี่ยวกับ ประเทศซีเรีย กับ อียิปต์ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 

เพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้ รัฐบาลอินเดียจะ ต้องเปลี่ยนแปลงหลายสิ่ง เช่นจะต้องลดข้อจำกัดเกี่ยวกับการลงทุนที่มาจากต่างประเทศ สิ่งแวดล้อมในการทำของธุรกิจก็จะต้องดีขึ้นด้วย ถ้ารัฐบาลไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ได้ เศรษฐกิจอินเดียอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอย
เมื่อโจตรวจสอบสถานการณ์ของตอนนี้  โจรู้สึกว่าสถานการณ์นี้คล้ายกับเศรษฐกิจในปี ค.ศ ๑๙๙๑ มาก และโครงสร้างของปัญหาเศรษฐกิจอินเดียไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ ๒๐ ปีที่แล้ว คิดว่าถ้าตรวจสอบสถานการณ์ของ ๒๐ปีที่แล้วมากกว่านี้อาจจะช่วยการวิจัยของโจ 


<อ้างอิง>
India's Economy: How India got its funk (From The Economist Aug 24th 2013)
India in trouble: The reckoning (From The Economist Aug 24th 2013)


นักเศรษฐศาสตร์ Ronald Coase



เมื่อ ๒-๓ วันที่แล้ว โจได้ยินว่านักเศรษฐศาสตร์ Ronald Coase เสี้ยชีวิต จริงๆแล้ว โจเคยได้ยิน ชื่อของเขาบ่อยๆเมื่อเรียนทฤษฎีเท่านั้น และไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่มีอายุกี่ปี หรือว่าเสียแล้ว โจก็เลยรู้สึกตกใจที่รู้ว่าเขาเสียชีวิตตอนอายุ ๑๐๒ ปี นอกจากเรื่องนี้แล้ว เรื่องที่หนังสือของเขาได้รับการเขาตีพิมพ์ปีที่แล้วทำให้โจรู้สึกตกใจมากด้วย ( รู้สึกประทับใจมากที่คนที่อายุมากกว่า ๑๐๐ ปียังสามารถ ตีพิมพ์หนังสือได้)ไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับรายละเอียดของการวิจัยของเขา แต่อยากจะอ่านหนังสือเล่มสุดท้ายที่เขาเขียน

อุปสงค์น้ำมันโลก



เดือนที่แล้วโจอ่านบทความเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันโลกที่น่าสนใจ บทความนั้นบอกว่า อุปสงค์น้ำมันโลกอาจจะไม่ค่อยเพิ่มขึ้นมมากเหมือนหลายคนคิด  ตอนนี้ หลายสำนักงานคิดว่า อุปสงค์น้ำมันของประเทศกำลังพัฒนาจะเพิ่มขึ้นต่อไป แต่นักเขียน บอกว่า การพัฒนาของก๊าซธรรมชาติหินใต้ดิน ข้อจำกัดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อาจจะป้องกันการเพิ่มขึ้นของการใช้น้ำมัน

โจไม่ค่อยแน่ใจว่าความคิดของเขาถูกแค่ไหน แต่รู้สึกไม่ค่อยยุติธรรม เพราะเขาไม่บอกเกี่ยวกับผลเสียของการใช้ก๊าซธรรมชาติหินใต้ดิน นอกจากนี้แล้วโจไม่แน่ใจว่าประเทศกำลังพัฒนาก็เริ่มใช้นโยบายที่เข้มงวดมากสำหรับช่วยสิ่งแวดล้อมด้วยหรือไม่

<อ้างอิง>
The future of oil: Yesterday's fuel (From The Economist Aug 3rd 2013)

Sunday, 25 August 2013

การ์ตูน เรื่อง Umimachi Diary



เดี๋ยวนี้โจเช่า การ์ตูนเรื่อง Umimachi Diary มาอ่านอยู่ ผู้เขียนของการ์ตูนเรื่องนี้คือ Yoshida Akimi เขามีชื่อเสียงจาก การ์ตูน Banana Fish, Yasha, Ive no Nemuri  โจชอบการ์ตูนของเขามาก  (เขาเขียนเรื่องเหล่านี้ในนิตยสารการ์ตูนสำหรับผู้หญิง แต่มีบางเรื่องไม่ค่อยเหมาะสมกับนิตยสารแบบนี้(มีภาพน่ากลัวมาก) และผู้ชายหลายคนชอบเรื่องของเขา)
เรื่องของการ์ตูนนี้ไม่เหมือนกันกับการ์ตูนเรื่องอื่น (การ์ตูนของเขา หลายเรื่องมีเรื่องเกี่ยวกับอัจฉริยะ) เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของพี่สาวสี่น้องที่อาศัยอยู่ที่เมืองคะมะกุระ ทุกเรื่องเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่เขาวาด ความเสียใจ ความกังวล  ความยินดี และ ความสุข ที่อยู่ในชีวิตประจำวันเก่งมาก และทำให้เราประทับใจ (อธิบายความดีของการ์ตูนนี้ยาก) ไม่รู้ว่าทำไมเขาเลือกคะมะกุระ แต่ในการ์ตูนนี้มีหลายที่ที่โจเคยไป และทำให้โจรู้สึกคิดถึงที่นั่น ไม่แน่ใจว่ามีเวอร์ชั่นภาษาไทยด้วยหรือไม่ แต่ถ้ามีอยากรู้ว่าคนไทยรู้สึกอย่างไรบ่าง