Tuesday, 20 September 2011

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของบริษัทในประเทศอังกฤษกับประเทศอินเดีย


วันนี้โจอ่านบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของบริษัทในประเทศอังกฤษกับประเทศอินเดียที่น่าสนใจ 
บทความบอกว่าตั้งแต่ราวๆ ๑๐ ปีที่แล้ว จำนวนการควบบริษัทกับการซื้อบริษัทระหว่างประเทศอังกฤษกับประเทศกำลังพัฒนานั่นเพิ่มขึ้น(ส่วนใหญ่เป็นบริษัทของประเทศอินเดีย)
บทความนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มบริษัท ทาทา และบอกว่าทาทาซื้อบริษัท Corus (บริษัทผลิดเหล็กกล้า)ในปี ๒๕๕๐ และควบบริษัท แลนด์โรเวอร์ กับ จากัวร์ จากบริษัท ฟอร์ดมอเตอร์ในปี ๒๕๕๑ ตอนนี้ในอุตสาหกรรมของประเทศอังกฤษ ทาทามีจำนวนพนักงานทางการผลิตมากที่สุด
บทความนี้อธิบายว่าทำไม ทาทา ถึงซื้อบริษัทของอังกฤษ(บางคนอาจจะรู้สึกแปลกใจเพราะเดี๋ยวนี้ เศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นไม่ดี)และทำไมประเทศอังกฤษถึงยอมรับการควบบริษัทกับบริษัทต่างประเทศ (บางที่พนักงานใน บริษัทกับประชาชนอาจะไม่ยอมรับการควบบริษัทกับต่างประเทศเพราะว่าการบริหารจัดการงานกับวัฒนธรรมของบริษัทไม่เหมือนกันและกลัวว่าจะเกิดปัญหาขึ้น นอกจากนี้บางคนกลัวว่าบริษัทต่างประเทศจะไม่คิดว่าพนักงานในประเทศนี้สำคัญและทำให้เขาถูกไล่ออกง่าย)
สำหรับ ทาทา การควบบริษัททำให้มีตราสินค้าและทำให้สมารถทำธุรกิจในต่างประเทศได้ง่าย (การสร้างตราสินค้านั้นจะใช้เวลานาน)
สำหรับประเทศอังกฤษการควบบริษัทจะทำให้มีความสัมพันธ์ทางธุรพกิจกับประเทศในแถบเอเชียและทำให้มีโอกาสที่จะพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น นอกจากนี้ผู้จัดงานของบริษัทอังกฤษคิดว่าการบริหารจัดการงานรของทาทาคล้ายกับประเทศอังกฤษ (นอกจากนี้ สำนักงานใหญ่ของบางบริษัทในกลุ่มทาทาตั้งอยู่ที่ประเทศอังกฤษและเรื่องนี้ทำให้ผู้จัดงานของบริษัทอังกฤษมีความเชื่อมั่นต่อทาทา)
หลังจากโจอ่านบทความนี้โจรู้สึกประทับใจกับการบริหารของทาทาตรงที่เศรษฐกิจของประเทศอินเดียนั้นดีอยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องไปทำธุรกิจที่ต่างประเทศก็ได้ แต่ทาทายังอยากที่จะไปทำธึรกิจที่ต่างประเทศต่อ (บริษัทของประเทศพัฒนาแล้วอยากทำธุรกิจที่ต่างประเทศเพราะเศรษฐกิจของเขาไม่ค่อยดี)
อีก อย่าง โจรู้สึกแปลกใจว่าทำไมทาทาซื้อแค่บริษัทของอังกฤษ ประเทศอื่นเช่นประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมัน ประเทศญี่ปุ่น ก็มีบริษัทที่มีชื่อเสียง แต่ไม่รู้ว่าทำไมทาทาไมถึงไม่อยากจะชื่อบริษัทของประเทศเหล่านี้

<อ้างอิง> 
The new special relationship (Sep 10th  2011 From The Economist)
Tata for now (Sep 10th 2011 From The Economist)
    

Thursday, 8 September 2011

ครบรอบ ๑๐ ปี เหตุวินาศกรรม ๑๑ กันยายน

วันที่ ๕ กันยายน ปี ๒๕๕๔

อาทิตย์นี้นิตยสารกับหนังสือพิมพ์ทุกฉบับมีบทความเกี่ยวกับเหตุวินาศกรรม ๑๑ กันยายน โจรู้สึกตกใจมากที่รู้ว่า ๑๐ ปีผ่านไปแล้ว เวลาผ่านไปเร็วมากๆ 
ทุกบทความโต้เถียงว่าอะไรเปลี่ยนแปลงและอะไรไม่เปลี่ยนแปลง อะไรดีขึ้นและอะไรแย่ลง ในรอบ ๑๐ ปีนี้ (เช่นเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจกับสังคมของสหรัฐอเมริกา ความสัมพันธระหว่างประเทศ และ สถานการณ์ของประเทศอัฟกานิสถาน เป็นต้น) 
 จริงๆแล้วมีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลง (แต่เราไม่รู้ว่าเหตุวินาศกรรม ๑๑ กันยายนทำให้เปลี่ยนแปลง หรือ สิ่งอื่นทำให้แปลี่ยนแปลง)
หลังจากโจอ่านบทความนี้โจก็คิดเกี่ยวกับหลายสิ่งและรู้สึกว่าโจก็แปลี่ยไปมากๆ สมัย ๑๐ ปี่ที่แล้ว โจ อายุ ๑๘ และไม่สนใจเศรษฐกิจ ไม่ส่นใจการไปเที่ยวต่างประเทศ ไม่สนใจประเทศไทยกับภาษาไทย (ส่นใจแค่ยูโด ศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน เกมส์ และการ์ตูนเท่านั้น)  

ตอนนั้นไม่เคยคิดว่าโจจะเป็นนักวิจัยและจะสนใจประเทศไทยมากอย่างนี้
แต่เดี๋ยวนี้โจเริ่มคิดเกี่ยวกับชีวิตของโจใน ๑๐ ปีข้างหน่า หรือ ๒๐ ปี หข้างน่า เป็นครั้งแรกในชีวิต โจก็ไม่แน่ใจว่าจะทำงานที่ไหนและจะอยู่ที่ประเทศที่ไหน(ถ้ามีโอกาสอยากจะทำงานที่ต่างประเทศ)

แต่ตัดสินใจและแน่ใจว่าจะทำงานเกี่ยวกับการวิจัยเศรษฐกิจและประเทศไทย (ถ้าทำได้ อยากจะเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจอาเซียนที่ดีมากๆในโลก(←ไม่ได้พูดเล่นนะ)


จะต้องพยายามมากกว่าคนอื่น อยากจะเป็นนักวิจัยเหมือน อาจารย์ “อิชิอิโยเนะผโอะ” (←สำหรับนักวิจัยคนญี่ปุ่นที่วิจัยสังคมของประเทศอาเซียน เขาเป็นนักวิจัยที่มีชื่อเสียงที่สุด เขาพูดได้มากกว่า ๑๐ ภาษา)  อยากจะอ่านไดอารี่ของวันนี้ในอีก ๑๐ ปี หน้า
<อ้างอิง> Ten years on (Sep 2nd  2011 From The Economist)
 Ground Zero plus ten (Sep 2nd  2011 From The Economist)
 No,9/11 did not change the world (Sep 1st  2011 From Financial Times)