Sunday, 27 January 2013

การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ



เดี๋ยวนี้โจตรวจสอบข้อมูลของ “ดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ” โดยเฉพาะข้อมูลด้านการลงทุน หลังจากโจตรวจสอบข้อมูลนี้โจเข้าใจว่าสถานการณ์ด้านการลงทุนระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ราวๆ ๕ ปีที่แล้ว  
สมัยก่อนส่วนใหญ่สนใจแค่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเท่านั้นเพราะการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศมีขนาดไม่ใหญ่และไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แต่เดี๋ยวนี้การลงทุนของไทยในต่างประเทศเพิ่มขึ้นมาก โจรู้สึกสนใจว่ามีการลงทุนในประเทศที่ไหนที่เพิ่ม ทำไมจึงเพิ่มและผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงนี้ต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไร 
โจตรวจสอบสถิติอื่นด้วยเพราะข้อมูลของดุลการชำระเงินระหว่างประเทศไม่มีข้อมูลของการลงทุน แต่ละประเทศ แต่เข้าใจว่าจะตรวจสอบการลงทุนโดยใช้สถิติยาก เพราะการเพิ่มของการลงทุนเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนใน “ประเทศอื่น” ซึงไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดตรงส่วนนั้นได้
นอกจากประเทศอื่นแล้ว การลงทุนในประเทศ สิงคโปร์ก็เพิ่มขึ้นด้วย แต่ดูเหมือนว่าการลงทุนนี้ก็ถูกนำไปลงทุนประเทศอื่นอีกครั้ง จึ่งไม่สามารถตามได้ว่าเงินนี้ไปที่ประเทศไหน 
ตอนแรกโจคิดว่าการลงทุนในประเทศ อาเชียน(ยกเว้น สิงคโปร์)เพิ่มขึ้นเพราะค่าแรงงานของไทยกำลังเพิ่มขึ้นและหลายบริษัทย้ายโรงงานไปประเทศอื่น แต่การเพิ่มของสถิติไม่ได้มากเท่าที่โจคิดเอาไว้ ดูเหมือนว่านอกจากการเพิ่มของค่าแรงแล้วการเปลี่ยนแปลงข้อจำกัดทางการลงทุนในต่างประเทศก็ทำให้การลงทุนเพิ่มขึ้นมากด้วย
เมื่อโจหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์นี้โจเข้าใจว่ามีจำนวนคนน้อยที่วิจัยและเขียนเรื่องนี้ 
ถ้าเป็นไปได้โจอยากจะเขียนรายงานทางวิชาการเกี่ยวกับเรื่องนี้

Tuesday, 22 January 2013

เป้าหมายในปี ๒๕๕๖



ในช่วงปีใหม่ของปีที่แล้ว โจเขียนเป้าหมายของปี ๒๕๕๕ ไว้และโจบรรลุเป้าหมายหลายสิ่ง เช่น เรียนเศรษฐกิจเกี่ยวกับประเทศอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทย(ได้เขียนรายงานเกี่ยวกับประเทศพม่า) ลดน้ำหนักตัว(แต่ตอนนี้น้ำหนักตัวได้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง)เป็นต้น
แต่คิดว่าเป้าหมายบางสิ่งยังไม่บรรลุ เช่น โจเรียนภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่ยังไม่แน่ใจว่าความสามารถทางภาษาของโจเก่งขึ้นมากเท่าไร (คิดว่าความสามารถของตัวเองตอนนี้ยังไม่พอเท่าไร) การเลือกสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ ภายใน ๓-๕ ปี ก็ยังไม่เรียบร้อย (เดี๋ยวนี้เริ่มคิดว่าอยากจะทำงานในอาเซียนมากกว่าแค่ไปเรียน แต่ยังไม่ได้เริ่มมองหาข้อมูลเลย) ปีนี้ก็มีเป้าหมายหลายอย่าง
อย่างที่ ๑ เรียนภาษาไทยกับภาษาอังกฤษให้เก่งกว่าปีที่แล้ว สำหรับภาษาไทยอยากจะจำคำศัพท์ให้มากขึ้น(โจคิดว่าตัวเองยังไม่รู้คำศัพท์ง่ายๆที่ไม่ค่อยได้ใช้) นอกจากนี้แล้วอยากจะการสะกดคำในภาษาไทยให้ถูกต้องด้วย(ตอนนี้โจยังต้องใช้เวลานานในการเขียนภาษาไทย เพราะยังไม่ค่อยจำการสะกดได้) สำหรับภาษาอังกฤษ อยากจะพูดให้เก่งกว่านี้ และอยากจะสอบภาษาอังกฤษให้ได้คะแนนที่ดี เพื่อแสดงว่าตัวเองมีความสามารถที่ดี และได้รับโอกาสที่ดีในการทำงานต่อไป

อย่างที่ ๒ เขียนภาษาที่ใช้ให้ถูกต้อง นอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว เมื่อโจเขียนรายงาน โจชอบเขียนผิดบ่อยๆ(เช่น สะกดไม่ถูก เขียนคำตกหล่น เขียนคำเกิน) โจคิดว่าตัวเองสะเพร่ามาก ปีนี้โจอยากจะมีความรอบคอบมากขึ้น

อย่างที่ ๓ อยากจะเขียนรายงานทางวิชาการ ที่นอกเหนือรายงานของบริษัท ที่บริษัทของโจกำลังเขียนรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจของตอนนี้ และอนาคตในระยะสั้นสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ โจคิดว่าจะตรวจสอบ และติดตามสถานการณ์ในระยะสั้น และการตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ให้ทุกคนเข้าใจง่ายก็มีความสำคัญมาก แต่ทุกครั้งโจคิดว่าตัวเองไม่ได้วิจัยแบบเจาะลึก เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้เร็วและง่ายมาก(หัวข้อของการวิจัยก็เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ และในการเขียนรายงานใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ความสำคัญของรายงานของโจก็จะมีแค่ในระยะสั้น) ปีนี้อยากจะเขียนรายงานทางวิชาการ ที่จะมีความสำคัญต่อๆไปเพื่อจะได้เข้าใจเศรษฐกิจกันมากขึ้น

อย่างที่ ๔ จะเริ่มหาข้อมูล สำหรับสิ่งที่อยากจะทำจริงๆ ภายใน ๓-๕ ปี ตอนนี้โจคิดแค่ว่าอยากจะทำอะไรดี แต่ยังไม่ได้เริ่มมองหาข้อมูล กับวิธีการในการทำความปรารถนาให้สำเร็จ ปีนี้อยากจะลงมือตรวจสอบรายละเอียด และทำให้สำเร็จ
อย่างที่ ๕ ไม่อยากอ้วนขึ้น และอยากจะรักษาสุขภาพให้ดี ปีที่แล้วโจลดน้ำหนักตัวลงนิดหน่อย แต่ตอนนี้เริ่มเพิ่มขึ้นอีกครั้ง คิดว่าจะต้องระวังเรื่องการทานอาหารกับขนมด้วย

ฉลองปีใหม่ที่กรุงเทพฯ

หลังจากไปเที่ยวเกาะไหง โจไปฉลองปีใหม่ที่กรุงเทพฯ
ก่อนไปเที่ยวโจคิดว่าในปีใหม่จะมีคนเยอ แต่จริงๆแล้วมีคนน้อยกว่าปกติ ดูเหมือนว่าจำนวนนักท่องเที่ยวคนต่างชาตเพิ่มขึ้น แต่คนไทยที่มาทำงานจากต่างจังหวัดหลายคนกลับบ้านแล้ว ถนนก็ไม่ค่อยรถติด

เมื่ออยู่ที่กรุงเทพฯโจรู้สึกแปลกใจเพราะไม่ได้รู้สึกว่าตอนนี้เป็นปีใหม่ ที่ญี่ปุ่นบในปีใหม่บรยากาศไม่เหมือนกันกับปกติ แต่ที่กรุงเทพฯบรรยากาศเหมือนกันกับปกติ ไม่รู้เป็นเพราะว่าที่ไทยมีปีใหม่ ๓ ครั้ง (ปีใหม่นี้ ปีใหม่จีน และ สงกรานต์)และปีใหม่นี้ไม่ค่อยมีความสำคัญหรือไม่ หลานร้านเปิดตั้งแต่วันที่ปีใหม่
เมื่อโจทานอาหารธรรมดาแทนโอะเซะชิ(อาหารสำหรับเทศกาลปีใหม่ในญี่ปุ่น) รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยด้วย
ครั้งนี้โจพักที่เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ (ห้องระหว่างโรงแรมกับอพาร์ทเมนท์) ห้องนี้สะดวกมากเพราะมีเครื่องซักผ้ากับเครื่องอบผ้า ขนาดห้องก็ใหญ่ ครั้งนี้ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษ
คราวหนาอยากจะไปดู เอเชียทีค

Friday, 28 December 2012

การไปเที่ยวช่วงปีใหม่ ที่เกาะไหง (จังหวัดตรัง)


สิ้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โจไปเที่ยวที่เกาะไหง ทะเลที่เกาะไหงสวยมาก แต่มีกิจกรรมน้อยกว่าที่คิดเอาไว้
รู้สึกเหมือนอยู่ติดที่เกาะไหง ยกเว้นการเข้าร่วมทัวร์ ๔ เกาะ เมื่ออยู่ที่เกาะไหง บางวันว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำ และเช่าเรือแคนูแล้ว  เวลาส่วนมากไม่ได้ทำอะไร และพักผ่อนอย่างเดียว (อ้วนขึ้นแน่ๆ) โรงแรมนี้อยู่ที่สูงวิวสวย แต่เมื่อกลับห้องทุกครั้งต้องเดินขึ้นที่พัก เหนื่อยนิดหน่อย
ตอนโจเข้าร่วมทัวร์ ๔ เกาะ โจดำน้ำดูปะการัง และปลาที่เกาะแหวน เกาะมุก เกาะม้า และแวะทานอาหารที่เกาะกระดาน 
เมื่อโจว่ายน้ำเข้าถ้ำมรกตที่เกาะมุก โจรู้สึกตกใจมากเพราะวิวในถ้ำมรกต เหมื่อนกันกับวิวของเกาะที่ ปอร์โก อยู่ (หนังเรื่อง ปอร์โก รอสโซ ของสตูดิโอจิบลิ) มีหาดเล็กๆในถ้ำ แต่วิวนี้ไม่สามารถเห็นได้จากนอกถ้ำ อยากรู้ว่าคนที่สร้างหนังเรื่องนั้น เคยมาที่นี้หรือไม่ หรือมีที่อื่นที่เหมือนกันกับถ้ำมรกต
หลังจากกลับออกมาจากถ้ำมรกต โจทานอาหารที่เกาะกระดาน รู้สึกอิจฉาที่รู้ว่าทะเลของเกาะกระดานสวย และน้ำใสกว่าเกาะไหง นอกจากนี้แล้วหาดที่นี่ไม่มีหิน และเดินเล่นง่าย ในน้ำสามารถมองเห็นปลาด้วย 
คิดว่าถ้าอยากแค่พักผ่อนในการดูวิวสามารถอยู่เกาะไหงได้ แต่ถ้าอยากเล่นน้ำ และมีกิจกรรมมากกว่า จะไปพักที่เกาะกระดานดีกว่า(แต่ดูเหมือนว่าราคาโรงแรม ที่เกาะกระดานแพงกว่าเกาะไหง) 
ระหว่างโจไปเที่ยว ผิวถูกแดดเผามากไปและรู้สึกแสบ นอกจากนี้แล้วถูกแมลงกัดด้วย คราวหน้าคิดว่าจะเอาครีมทากันแดดกับกันแมลงมาด้วยดีกว่า  ไม่รู้ว่าเพราะพักที่โรงแรม ๖ วัน หรือไม่ จึงได้รับคูปองอาหารเย็นกับคูปองนวด อาหารเย็นของทุกวันฟรี(ไม่สามารถเลือกชนิดอาหารได้ แต่อาหารทุกอย่างอร่อย) และสามารถนวดไทย ได้ฟรี ๑ ครั้ง ดีใจมาก พนักงานของโรงแรมทุกคนอัธยาศัยดี 
 
คราวหน้าถ้าเป็นไปได้ อยากจะไปพักที่เกาะกระดาน และอยากจะมาที่นี่อีกครั้งด้วย(โจชอบที่จะมาพัก และเจอกับคนที่คุ้นเคย)

Friday, 21 December 2012

งานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า

อาทิตย์ที่แล้วกับอาทิตย์นี้โจยุ่งกับการเข้าร่วมงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า (อาทิตย์นี้นอกจากวันจันทร์ ทุกวันมีงานเลี้ยง) จริงๆแล้วโจไม่ต้องเข้าร่วมทุกงานเลี้ยงก็ได้ แต่ปีนี้โจรู้สึกไม่ค่อยมีโอกาสไปทานอาหารกับเพื่อนกับผู้ที่มีพระคุณต่อโจ ก่อนปีใหม่อยากจะเจอพวกเขาและขอบคุณทุกคน
ทุกปีรู้สึกเหมือนกันแต่ปีนี้โจรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมากๆ เดี๋ยวนี้นิตยสารกับหนังสือพิมพ์หลายเล่มสรุปข่าวที่มีความสำคัญในปีนี้ และโจก็คิดถึงเรื่องในปีนี้ด้วย
ปีนี้ก็มีหลายอย่าง เช่น โจกลับไปทำงานที่บริษัทแม่และเริ่มเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยกับพม่า แผนกของบริษัทก็มีการเปลี่ยนแปลงมากและหลังจากกันยายนเริ่มวิจัยเศรษฐกิจอินเดียด้วยทำงานยุ่งมากแต่มีโอกาสไปสัมภาษณ์หลายคนที่ไทยกับพม่าด้วย เข้าร่วมการประชุมการศึกษาไทยและทำการนำเรื่องเสนอเกี่ยวกับ GDP ของประเทศไทยเป็นครั้งแรก มีโอกาสนำเสนอเกี่ยวกับอัตราว่างงานที่การประชุมระหว่างรัฐมนตรีไทยกับ ญี่ปุ่น ดีใจมากที่ได้มีโอกาสรู้จักกับหลายคน นอกจากการไปทำงานแล้วไปเที่ยวหัวหิน เชียงใหม่ เกียวโต และ โอซาก้าด้วย


สำหรับเรื่องด้านครอบครัวก็มีหลายเรื่อง สำหรับเรื่องที่ไม่ดี พี่สาวเป็นโรคและรับการผ่าตัด หลังจากพี่สาวออกจากโรงพยาบาลและเริ่มอยู่กับเรา บ้านของเขาถูกขโมยขึ้น ลุงก็เสียชีวิตแล้ว แต่เรื่องที่ดีก็มีด้วยเช่นลูกพี่ลูกน้อง ๒ คนคลอดลูก นอกจากพี่สาวกับลุง ทุกคนสุขภาพดี (บางทีเราเข้าใจผิดว่าการที่แข็งแรงและสุขภาพดีเป็นเรื่องธรรมดา แต่ปีนี้จริงๆโจคิดว่าการอยู่อย่างสบายโดยไม่มีปัญหาเป็นเรื่องดีมาก เราจะต้องรู้สึกขอบคุณมากกับทุกสิ่ง)
<Life and death are the dust in the space>
ทุกปีมีหลายอย่างที่ไม่เคยคิดเอาไว้เกิดขึ้นแต่หวังว่าปีหน้าจะเป็นปีที่ดี ปีนี้โจจะฉลองปีใหม่ที่ไทยเป็นครั้งแรกน่าสนุกมาก

Tuesday, 18 December 2012

หัวข้อการวิจัยต่อไป



การเขียนรายงานเกี่ยวกับการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของประเทศไทยเสร็จราวๆ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ การเขียนรายงานนี้ใช้เวลานานมากกว่าที่โจคิดเอาไว้เพราะเรื่องนี้ยุ่งยาก
 นอกจากนี้แล้วตั้งแต่กันยายนที่ผ่านมาเจ้านายให้โจเขียนรายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจอินเดียทุกเดือนและโจไม่มีเวลาสำหรับเขียนรายงานเรื่องนี้มาก คิดว่าโจยังวิจัยไม่พอเพราะโจเขียนเรื่องนี้ก่อนรัฐบาลเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในปี๒๕๕๖ และก่อนเห็นผลกระทบของนโยบายนี้(โจคาดการณ์ผลกระทบของนโนบายเท่านั้น) เพื่อเข้าใจมากกว่าตอนนี้ จะต้องติดตามสถานการณ์ต่อไปและเขียนรายงานใหม่อีกครั้ง 
นอกจากนี้ยังมีรายงานอื่นที่โจกำลังเขียนอยู่แต่เดี๋ยวนี้โจเริ่มคิดเกี่ยวกับหัวข้อการวิจัยต่อไป(รู้สึกว่าการคิดแค่หัวข้อการวิจัยเท่านั้นนั้นสนุกมาก โจก็เลยชอบหาหัวข้อการวิจัย) ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มเขียนจริงๆหรือไม่แต่อยากจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย พม่า และ อินเดีย
เดี๋ยวนี้หลายคนสนใจการพัฒนาของเมืองทวาย (เมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศพม่า) บางคนคิดว่าถ้าตัวเมืองกับท่าเรือของเมืองทวายพัฒนาแล้ว การนำเข้าส่งออกระหว่างไทยกับอินเดียจะเพิ่มขึ้นมาก
หลายคนบอกว่าถ้าบริษัทที่อยู่ที่ไทยส่งออก/น้ำเข้าโดยใช้ท่าเรือของเมืองทวาย ค่าส่งออก/น้ำเข้าจะลดลงและสามารถส่งออก/น้ำเข้าไปเร็วกว่าตอนนี้ บางคนก็เลยคิดว่าการพัฒนาท่าเรือของเมืองทวายจะเพิ่มการส่งออกน้ำเข้าระหว่างประเทศไทยกับอินเดีย
แต่ดูเหมือนว่าคนที่สนใจ ไทย หรือ พม่า หรือ อินเดีย จะเขียนรายงานเกี่ยวกับผลกระทบของการพัฒนาท่าเรือของเมืองทวายของประเทศนั้นเท่านั้น (ยังไม่เจอรายงานที่สรุปผลกระทบตของทั้ง  ๓ ประเทศ) ดูเหมือนว่าในระยะสั้น การพัฒนาเมืองทวายมีปัญหามากๆและผลกระทบก็ไม่ค่อยมีขนาดใหญ่ แต่อยากจะลองหาความเป็นไปได้ในระยะยาว