ทุกปีใหม่โจจะคิดเป้าหมายของแต่ละปี
สำหรับเป้าหมายของปีนี้ โจใช้เป้าหมายเดิมของปีที่แล้วเพราะว่าปีที่แล้วโจไม่สามารถบรรลุอะไรได้เลย เป้าหมายของปีที่แล้วคือ เรียนภาษาไทยกับอังกฤษให้เก่ง(เรียนต่อไป แต่ก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าความสามารถของตัวเองจะเก่งขึ้นเท่าไร)
เขียนภาษาที่ใช้ให้ถูกต้อง (โจยังเขียนผิดบ่อยๆ โดยเฉพาะสะกด)
เขียนรายงานทางวิชาการ (เริ่มวิจัยแต่ยังคิดหัวข้อการวิจัยอยู่)
จะเริ่มหาข้อมูลสำหรับสิ่งที่อยากจะทำจริงๆภายใน๓-๕ ปี (ยังไม่ทำอะไรเลย) และ
รักษาสุขภาพให้ดี (น้ำหนักไม่เพิ่มมขึ้น แต่คอเลสเตอรอลสูงมากไป) คิดว่าปีที่แล้ว โจคงรับงานหลายชนิดมากไปและไม่สามารถใช้เวลานานๆสำหรับแต่ละการวิจัยได้จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ของการทำงานจะเป็นอย่างไร
แต่หวังว่าหลายสิ่งจะไปผ่านได้ด้วยดี
Sunday, 12 January 2014
Sunday, 15 December 2013
ความมั่นคงของค่าเงินจั๊ตของพม่า
เดี๋ยวนี้โจเขียนรายงานเกี่ยวกับความมั่นคงของค่าเงินจั๊ตของพม่าอยู่ ความมั่นคงของค่าเงินจั๊ตของพม่าสำคัญมากสำหรับการพัฒนาของเศรษฐกิจพม่า เพราะรัฐบาลพม่าอยากจะพัฒนาสาธารณูปโภค(เช่นถนน ท่าเรือ )โดยขอยืมเงิน และอยากให้บริษัทต่างชาติมา แต่ถ้าค่าเงินจั๊ตของพม่าลดลงมาก หนี้ภายนอกประเทศจะเพิ่มขึ้นมาก และ ขอยืมเงินก็ยากมากขึ้นด้วย แต่ถ้าค่าเงินจั๊ตแข็งค่าขึ้นมาก อันนี้ก็ไม่ค่อยดีสำหรับบริษัทต่างชาติ เพราะความสามารถในการแข่งขันลดลง
ในอนาคตการเพิ่มของ การส่งออกก๊าซ การลงทุนที่มาจากต่างประเทศ ODA (เงินทุนความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ) และจำนวนนักท่องเที่ยวทำให้ค่าเงินจั๊ตแข็งขึ้น ในทางกลับกัน การเพิ่มการนำเข้ากับการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลทำให้ค่าเงินจั๊ตลดลง โจคิดว่าการเพิ่มของการส่งยกเว้นก๊าซใช้เวลานาน และก่อนการส่งออกเริ่มเพิ่มขึ้น ค่าเงินจั๊ตจะลดลงต่อไป (นอกจากนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงของนโยบายทางการเงินอของธนาคารกางของอเมริกาก็ทำให้ค่าเงินจั๊ตลดลงด้วย) ตอนนี้ประเทศพม่าใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบจัดการ แต่มีความเสี่ยงที่จะค่าเงินจั๊ตจะลดลงมาก เพราะว่าตั้งแต่เมื่อก่อนธนาคารกลางให้รัฐบาลยืมเงินโดยพิมพ์เงินรัฐบาลของประเทศพม่าก็เลยต้องเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งเพื่อเพิ่มความมั่นคงของค่าเงินจั๊ตของพม่า
ตอนแรกโจไม่ค่อยรู้ว่าเดี๋ยวนี้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงอะไรมา แต่โจรู้สึกตกใจที่รู้ว่ารัฐบาลพยายามมากอยู่ เช่นหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นบอกว่ารัฐบาลสร้างกฎหมายที่ทำให้ธนาคารกลางเป็นอิสระจากรัฐบาล กฎหมายที่จะป้องกันคอรัปชั่น และ เปลี่ยนแปลฃระบบภาษี(สมัยก่อนระบบภาษียุ่งยากมาก) นอกจากนี้แล้วรัฐบาลกำลังพยายามสร้างสถิติที่ดีเพื่อสร้างนโยบายดี (รัฐบาลญี่ปุ่นกับองค์การระหว่างประเทศช่วยเหลืออยู่) ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจยังไม่เสร็จเลย และจะใช้เวลาอีกนาน แต่โจรู้สึกว่าหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เมื่อไปทำงานคราวหน้าอยากจะมีโอกาสเรียนรู้มากกว่าตอนนี้
![]() |
| (Picture:Myanmar Times December 1st) |
![]() |
| (Picture:International Business Times December 5th) |
Sunday, 1 December 2013
ซีรีส์ Hunted
เดี๋ยวนี้ โจดู Hunted (ซีรีส์ของอเมริกา) อยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่ทำงานเป็นสปาย เขาเคยถูกใครคนหนึ่งพยายามฆ่าในการทำงานโดยไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและทำไม เขาถูกยิงแต่สามารถรอดชีวิตได้ หลังจาหายแล้ว เขาเริ่มทำงานอีกครั้งเพื่อสืบข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ เรื่องนี้มีภาพที่น่ากลัวมาก แต่สนุก(แต่น่ากลัว)
ตอนนี้โจทำงานยุ่งมาก แต่สนใจตอนต่อไปมาก (รู้สึกว่าซีรีส์ของอเมริกาที่โจเคยดู ทุกซีรีส์ทำให้โจอยากดูตอนต่อไปมากๆ)
ตอนนี้โจทำงานยุ่งมาก แต่สนใจตอนต่อไปมาก (รู้สึกว่าซีรีส์ของอเมริกาที่โจเคยดู ทุกซีรีส์ทำให้โจอยากดูตอนต่อไปมากๆ)
Saturday, 23 November 2013
การไปทำงานที่มาเลเซีย
อาทิตย์นี้
โจไปทำงานที่มาเลเซียมา
เมื่อเปรียบเทียบกับกรุงเทพฯโจรู้สึกว่ากัวลาลัมเปอร์เป็นเมืองก็....
๑) สวยและสะอาด
ไม่ค่อยมีขยะบนถนนและไม่มีร้านขายของ/อาหารข้างถนนในเขตออฟฟิศ
(ไม่รู้ว่ามีระเบียบที่ป้องกันการทิ้งขยะกับการเปิดร้านหรือไม่) รู้สึกว่าเมืองกัวลาลัมเปอร์แบ่งเขตออฟฟิศ
เตบ้าน และเขตร้านมากกว่ากรุงเทพฯ
๒) สะดวก
คนส่วนใหญ่(รว่มถึงคนขับรถ)สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เก่งมากและไปที่ไหนก็ไม่ค่อยลำบาก
ดูเหมือนว่านอกจากภาษาอังกฤษกับมาเลเซียแล้ว หลายคนพูดภาษาจีนได้ด้วย
รู้สึกว่าความสามารถทางภาษาของคนมาเลเซียเก่งมาก
๓)ราคาแพง
ค่าอาหารกับแท็กซี่แพงกว่าไทยมาก
(รู้สึกว่าอาหารบางอย่าง แพงกว่าญี่ปุ่น สำหรับค่าแท็กชีบางคนไม่ยอมรับการใช้มิเตอร์)
ถ้าค่าแท็กซี่แพงอย่างนี้ อยากให้ระบบการขนส่งพัฒนามากกว่านี้ (เมื่อไปสัมภาษณ์ที่ที่อยู่ไกลจากที่พักหน่อย
โจไม่สามารถใช้รถไฟได้ )
๔) ไม่ค่อยมีที่ที่ไปเที่ยวทางประวัติศาสตร์
(?)
ระหว่างอยู่ที่นั่นโจอ่านหนังสือที่แน้นำที่เที่ยวและไปหลายที่หลังจากทำงานเสร็จ
โจไม่ค่อยรู้ข้อมูลเกี่ยวกับที่เที่ยวในกัวลาลัมเปอร์ แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์
ดีใจที่ได้รู้ว่าประเทศมาเลเซียเป็นประเทศอย่างไร คนที่โจไปสัมภาษณ์ทุกคนก็นิสัยดีมากและโจสามารถเรียนรู้หลายสิ่งได้
คิดว่านอกจากตรวจสอบข้อมูลแล้ว ไปดูประเทศนั้นเอง และไปสัมภาษณ์กับหลายคนก็สำคัญมากด้วย
คราวหน้า นอกจากกัวลาลัมเปอร์แล้ว อยากจะไปเที่ยวที่อื่น (เช่น มะลากา ปีนัง และ
บอร์เนียว เป็นต้น)ด้วย
Saturday, 26 October 2013
バーン・プ・ナム・ローン(バンプナムロン)のチェックポイントについて Check point of Ban Phu Nam Ron
*ข้อมูลสำหรับคนต่างชาติ
以下は、2013年10月18日時点の情報です。
Information as of October 18th 2013
-----------------------------------------------
各種報道で言われていますが、2013年8月末より4箇所でタイ・ミャンマーの陸路国境が解放されました。
As many newspapers say, four Thai-Myanmar borders opened in August.
<参考/Reference>
Karen News (2013/8/29) Thai-Burma border open for business… and tourism)
http://karennews.org/2013/08/thai-burma-border-open-for-businessand-tourism.html/
Eleven (2013/8/25) Four Thai-Myanmar border crossing to be opened on August 28
http://elevenmyanmar.com/tourism/3182-four-thai-myanmar-border-crossings-to-be-opened-on-august-28
先週、Htee Khee(ミャンマー側)-Sunaron(タイ側)のポイント近辺に立ち寄りました。同ポイントはミャンマーのダウェイとタイをつなぐ道路上にあることもあり、中長期的に重要な役割を果たすと考えられますが、現状に関わる情報はほとんど出ていません。
Last week I dropped in at near the Htee Khee(Myanmar)-Sunaron(Thailand) point.
Although this point will be a very important point as the Dawei special economic zone develops, there is little information about the current situation.
記事ではタイ側のポイントが“Sunaron”と記載されていますが、同名称よりも“บ้านพุน้ำร้อน /Ban Phu Nam Ron/ バーン・プ・ナム・ローン(バンプナムロン)”が使われているようです。タイ外務省のホームページでも“Ban Phu Nam Ron ”が使われています。なお、日本語では“バンプナムロン”と表記されることが多いようですが、タイ語の表記からすると“バーン・プ・ナム・ローン”の方が正しいと思います。
Although many newspapers use “Sunaron”, it seems that this name is not a popular one. The name “บ้านพุน้ำร้อน /Ban Phu Nam Ron” is more famous one.
<参考/Reference>
Ministry of Foreign Affairs of The Kingdom of Thailand Press Release (2013/3/15) Myanmar opens a Temporary Border Trade Post at Htee Ki
http://www.mfa.go.th/main/en/media-center/14/35297-Myanmar-opens-a-Temporary-Border-Trade-Post-at-Hte.html
10/18日に実際に同ポイントに立ち寄ってみました。カンチャナブリ市内から車で30-40分程度かかりました。
I dropped in at this point on October 18th. It takes 30-40 minutes from central of Kanchanaburi city
より大きな地図で Kanchanaburi-Myanmar を表示
同ポイントは実際の国境の数キロ手前にあり、関税や検疫所が設けられていました。話を聞いたところ、ビザを持っていないとミャンマー及びポイントより先のタイ側地域にも入れないとのことで、これより先には進めませんでした(ちなみに、2013年8月にメーサイからタチレクにエントリーした際にはビザなしで入れました。)
This point is located several kilometers on the Thai side and facilities such as custom, medical inspection, are provided. The foreigner must get a visa in advance (FYI: When I could enter Myanmar from Mae-Sai without getting visa in advance.)
細々ですが、トラックがポイントを通過していました。また、下記(リンク先はタイ語)のようなタイ企業向けのダウェイ視察のツアーも組まれており、同ポイントを経由してミャンマーに入国するツアーバスも多くいました。
A few tracks pass the points, however the volume of traffic was very small. It seems that Thai travel companies arrange business trip tour of Dawei SEZ
<参考/Reference>
J.TRAVEL SERVICE
http://www.tourmuangkan.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539371935
今後数年間で状況がどのように変わるか楽しみです。
I’m looking forward to seeing the situation in the future.
以下は、2013年10月18日時点の情報です。
Information as of October 18th 2013
-----------------------------------------------
各種報道で言われていますが、2013年8月末より4箇所でタイ・ミャンマーの陸路国境が解放されました。
As many newspapers say, four Thai-Myanmar borders opened in August.
<参考/Reference>
Karen News (2013/8/29) Thai-Burma border open for business… and tourism)
http://karennews.org/2013/08/thai-burma-border-open-for-businessand-tourism.html/
Eleven (2013/8/25) Four Thai-Myanmar border crossing to be opened on August 28
http://elevenmyanmar.com/tourism/3182-four-thai-myanmar-border-crossings-to-be-opened-on-august-28
先週、Htee Khee(ミャンマー側)-Sunaron(タイ側)のポイント近辺に立ち寄りました。同ポイントはミャンマーのダウェイとタイをつなぐ道路上にあることもあり、中長期的に重要な役割を果たすと考えられますが、現状に関わる情報はほとんど出ていません。
Last week I dropped in at near the Htee Khee(Myanmar)-Sunaron(Thailand) point.
Although this point will be a very important point as the Dawei special economic zone develops, there is little information about the current situation.
記事ではタイ側のポイントが“Sunaron”と記載されていますが、同名称よりも“บ้านพุน้ำร้อน /Ban Phu Nam Ron/ バーン・プ・ナム・ローン(バンプナムロン)”が使われているようです。タイ外務省のホームページでも“Ban Phu Nam Ron ”が使われています。なお、日本語では“バンプナムロン”と表記されることが多いようですが、タイ語の表記からすると“バーン・プ・ナム・ローン”の方が正しいと思います。
Although many newspapers use “Sunaron”, it seems that this name is not a popular one. The name “บ้านพุน้ำร้อน /Ban Phu Nam Ron” is more famous one.
<参考/Reference>
Ministry of Foreign Affairs of The Kingdom of Thailand Press Release (2013/3/15) Myanmar opens a Temporary Border Trade Post at Htee Ki
http://www.mfa.go.th/main/en/media-center/14/35297-Myanmar-opens-a-Temporary-Border-Trade-Post-at-Hte.html
10/18日に実際に同ポイントに立ち寄ってみました。カンチャナブリ市内から車で30-40分程度かかりました。
I dropped in at this point on October 18th. It takes 30-40 minutes from central of Kanchanaburi city
より大きな地図で Kanchanaburi-Myanmar を表示
同ポイントは実際の国境の数キロ手前にあり、関税や検疫所が設けられていました。話を聞いたところ、ビザを持っていないとミャンマー及びポイントより先のタイ側地域にも入れないとのことで、これより先には進めませんでした(ちなみに、2013年8月にメーサイからタチレクにエントリーした際にはビザなしで入れました。)
This point is located several kilometers on the Thai side and facilities such as custom, medical inspection, are provided. The foreigner must get a visa in advance (FYI: When I could enter Myanmar from Mae-Sai without getting visa in advance.)
細々ですが、トラックがポイントを通過していました。また、下記(リンク先はタイ語)のようなタイ企業向けのダウェイ視察のツアーも組まれており、同ポイントを経由してミャンマーに入国するツアーバスも多くいました。
A few tracks pass the points, however the volume of traffic was very small. It seems that Thai travel companies arrange business trip tour of Dawei SEZ
<参考/Reference>
J.TRAVEL SERVICE
http://www.tourmuangkan.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539371935
今後数年間で状況がどのように変わるか楽しみです。
I’m looking forward to seeing the situation in the future.
การไปเที่ยวกาญจนบุรี
อาทิตย์ที่แล้วโจไปเที่ยวกาญจนบุรีมา
ตอนแรกโจไปบ้านพุน้ำร้อนเพื่อเรียนรู้สถานการณ์การพัฒนาจุดผ่านชายแดนระหว่างไทยกับพม่า
บทความบอกว่าเดี๋ยวนี้ที่นี่มีจุดผ่านชายแดงเปิดใหม่และหลายคนคิดว่าในอนาคต
จุดนี้จะเป็นจุดสำคัญเพราะถนนที่จะไปถึง เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ก็ผ่านจุดนี้
นอกจากนี้แล้ว ดูเหมือนว่า มีแผนการที่จะสร้างเขตอุตสาหกรรมที่ใกล้ๆจุดผ่านชายแดนด้วย แต่ไม่ค่อยมีข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของตอนนี้ โจก็เลยอยากไปเรียนรู้เอง ครั้งนี้โจไม่ได้เข้าประเทศพม่าเพราะระบบการเข้าประเทศไม่เหมือนกันกับที่แม่สายและคนต่างชาติ(ยกเว้นคนไทย?)จะต้องรับวีซ่าก่อน แต่ดีใจที่ได้เรียนรู้หลายสิ่ง (ดูเหมือนว่าบริษัทอิตาเลียนไทยมีทัวร์ที่พาไปเรียนรู้เกี่ยวกับทวาย)
คราวหน้าอยากจะเข้าประเทศพม่า
หลังจากไปที่นั่น โจไปเที่ยวหลายที่เช่น
น้ำตกเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ และ สะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นต้น
ที่ไหนก็วิวกับบรรยากาศดี(อากาศไม่ร้อนเลย)
Sunday, 13 October 2013
โลกาภิวัตน์
วันนี้โจอ่านบทความเกี่ยวกับโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ
บทความนี้บอกว่าเดี๋ยวนี้นโยบายที่ต่อด้านโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอยู่
จริงๆแล้ว WTO (องค์การการค้าโลก) จำกัดนโยบายที่ป้องกันเหล่านี้
นอกจากนี้แล้วหลายประเทศกำลังเจรจาตกลงเกี่ยวกับเขตการค้าเสรีเช่น TPP (ความตกลงในเศรษฐกิจภาคพิ้นแปซิฟิก) และ RCEP(ความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) เพื่อพัฒนาโลกาภิวัตน์
แต่นักเขียนชี้ให้เห็นว่า
หลายรัฐบาลแอบต่อด้านโลกาภิวัตน์โดยใช้หลายนโยบาย เช่น รัฐบาลให้เงินอุดหนุนให้บริษัทในประเทศ บริษัทต่างชาติต้องซื้อสินค้าขั้นกลางที่ผลิตในประเทศ
เป็นต้น บทความนี้บอกว่าตั้งแต่ ๕ ปีที่แล้วถึงตอนนี้มีข้อจำกัดเกิดขึ้น มากกว่า ๔๐๐
ข้อ สำหรับการพัฒนาของโลกาภิวัตน์
รัฐบาลอเมริกายังมีความสำคัญมากต่อ แต่การประชุมเกี่ยวกับ TPP ครั้งนี้ ปัญหาทางการเมืองทำให้ประธานาธิบดี โอบามา ไม่สามารถเข้าร่วมได้
นักเขียนบอกว่าประธานาธิบดี โอบามาจะต้องแก้ปัญหาโดยเร็วและกลับมาเข้าร่วมการประชุมครั้งหน้า
หลังจากโจอ่านบทความนี้
รู้สึกแปลกใจนิดหน่อย เพราะ จริงๆแล้วหลายประเทศกำหนดโยบายเล็กๆที่จำกัดการค้ากับการลงทุนจากต่างประเทศ
แต่หลายประเทศกำหนดนโยบายแบบนี้เพราะรัฐบาลคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่การเปิดเสรีเร็วมากไปอาจจะเกิดผลเสียต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น
(เพราะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม การเพิ่มความสามารถของแรงงานก็ใช้เวลานาน
โลกาภิวัตน์อาจจะทำให้เกิดผลดีในระยะยาว
แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลเสียในระยะสั้น ดูเหมือนว่านักเขียนบอกแค่ผลดีเท่านั้น
และโจรู้สึกว่าความคิดของเขาไม่ยุติธรรม) โจเคยคิดว่าหลายรัฐบาลลดข้อจำกัดเพื่อพัฒนาโลกาภิวัตน์ แต่สร้างข้อจำกัดใหม่เพื่อป้องกันผลเสียต่อเศรษฐกิจในระยะสั้น ถ้าดูภาพรวม โจคิดว่าโลกาภิวัตน์ยังคงมีการพัฒนาอยู่
<อ้างอิง>
The world economy / The gated
globe (From The Economist Oct 2nd 2013)
Subscribe to:
Comments (Atom)





