Showing posts with label ศาสนา. Show all posts
Showing posts with label ศาสนา. Show all posts

Saturday, 10 May 2014

ชีวิตยุติธรรมแค่ไหน



อาทิตย์ที่แล้วโจอ่านบทความที่น่าสนใจ บทความนี้แนะนำการวิจัยเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในสังคมนักวิจัยหนึงคนตรวจสอบว่าคนที่ได้รับความโชคดีในตอนแรกสามารถได้รับความสำเร็จต่อไปได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ได้รับความโชคดีในตอนแรกหรือไม่) เขาตรวจสอบหัวข้อการวิจัยนี้โดยใช้อินเทอร์เน็ต   เช่น  เขาใช้เว็บไซต์ Kickstarter ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับคนที่มีโปรเจกต์ทางธุรกิจและหาผู้บริจาค (นักลงทุน) เขาเลือกโปรเจกต์ที่ยังไม่มีผู้บริจาคเลย ราวๆ ๕๐๐ โปรเจกต์ และให้เงินแก่โปรเจกต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์โดยใช้การสุ่ม (ได้เงินหรือไม่ขึ้นอยู่กับโชคเท่านั้น) เขาพบว่า โปรเจกต์ที่ได้เงินแล้วสามารถหาผู้บริจาคใหม่ได้ง่ายกว่าโปรเจกต์ที่ไม่ได้รับเงินมาก่อน อาจจะเป็นเพราะว่าผู้บริจาคคิดว่าโปรเจกต์ที่มีผู้บริจาคแล้วเป็นโปรเจกต์ที่ดีกว่าโปรเจกต์ที่ไมม่มีผู้บริจาคเลย เขาก็เลยบอกว่าความโชคดีในตอนแรกสำคัญมาก 
แต่เขาบอกว่าขนาดความโชคดีไม่ค่อยสำคัญ เมื่อเขาให้เงินสนับสนุนโปรเจกต์ บางโปรเจกต์ได้เงินมากและบางโปรเจกต์ได้เงินน้อย เขาบอกว่าระหว่างโปรเจกต์ที่ได้เงินมากกับที่ได้เงินน้อยความเป็นไปได้ที่จะหาผู้บริจาคใหม่ไม่แตกต่างกันมาก นอกจาก เว็บไซต์นี้แล้วเขาใช้อีก ๓ เว็บไซต์ และได้ผลที่เหมือนกัน นักวิจัยไม่ได้ตรวจสอบว่าคนที่โชคร้ายในตอนแรกได้รับความล้มเหลวง่ายกว่าคนอื่นหรือไม่และไม่อธิบายเพิ่มเติมในเชิงเปรียบเทียบกันนโยบายทางเศรษฐกิจ แต่โจคิดว่าการวิจัยนี้แสดงว่าในสังคมนี้เรายังไม่ค่อยมีข้อมูลพอที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและบางที่สิ่งที่จริงๆแล้วไม่มีประสิทธิภาพ/ความจำเป็นก็สามารถอยู่รอดได้นาน เช่นบางโปรเจคต์ไม่ได้ดีมาก แต่ได้รับสนับสนุน
ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลควรจะแทรกแซงดีหรือไม่นอกจากเนื้อหาของการวิจัยแล้ว โจรู้สึกสนใจกับประโยคของพระคัมภีร์ไบเบิลที่นักเขียนใช้ในย่อหน้าแรกของบทความนี้เพื่อทำให้ผู้อ่านรู้สึกสนใจด้วย
พระคัมภีร์ไบเบิลบอกว่า  “ด้วยว่าทุกคนที่มีอยู่แล้ว จะเพิ่มเติมให้แก่ผู้นั้นจนมีเหลือเฟือ แต่ผู้ที่ไม่มี แม้ว่าซึ่งเขามีอยู่ก็จะต้องเอาไปจากเขา” (For unto every one that hath shall be given, and he shall have abundance: but from him that hath not shall be taken away even that which he hath) โจไม่มีความรู้เกี่ยวกับศาสนาคริสต์และไม่รู้ว่าความหมายทางศาสนาของประโยคนี้คืออะไร แต่รู้สึกว่าความหมายของประโยคลึกซึ้งมากและภาษาอังกฤษที่ใช้ในไบเบิลยากมากด้วย

อ้างอิง : How fair is life? Nothing succeeds like success (May 3rd 2014)

Saturday, 4 February 2012

คนรักร่วมเพศในประเทศอิสลาม


วันนี้โจอ่านบทความเกี่ยวกับความคิดเห็นต่อคนรักร่วมเพศในประเทศอิสลาม ประเทศอิสลามส่วนใหญ่ห้ามการรักร่วมเพศ บางประเทศจับคนรักร่วมเพศและลงโทษประหารชีวิต (แต่หลายประเทศมีที่ชุมนุมชนย่างไม่เปิดเผยกลุ่มของคนรักร่วมเพศ)
ความคิดเห็นต่อคนรักร่วมเพศแบบนี้มาจากศาสนาอิสลาม (บางคนเชื่อว่า ในเรื่อง  “โซดอม และโกโมราห์” เมือง โซดอมถูกพระเจ้าทำลายเพราะมีคนรักร่วมเพศมาก) 
นักเขียนบอกว่าสถานการณ์ทางคนรักร่วมเพศกำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงอยู่  แต่ยังไม่เพียงพ่อเลยและ มีปัญหามากๆ สมัยก่อนคนรักร่วมเพศในประเทศอิสลามไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้แต่สมัยนี้อินเทอร์เน็ตให้โอกาสแสดงความคิดเห็นและเจอกับคนรักร่วมเพศคนอื่น 
นอกจากนี้แล้ว เดี๋ยวนี้กลุ่มที่ยอมรับคนรักร่วมเพศได้วิจัยศาสนาอิสลามและบอกว่าความคิดเห็นที่มาจากเรื่อง“โซดอม และ โกโมราห์” ไม่ถูก (กลุ่มนี้บอกว่าศาสนาอิสลามไม่ได้ห้ามการรักร่วมเพศ) กลุ่มที่ไม่ยอมรับคนรักร่วมเพศยังไม่ยอมรับความคิดเห็นนี้ แต่เริ่มรู้สึกว่าอยากจะป้องกันการรักร่วมเพศโดยไม่ใช้ความรุนแรงและไม่ทำให้พวกเขากลัว
โจไม่แน่ใจว่าสังคมญี่ปุ่นยอมรับคนรักร่วมเพศมากกว่าสังคมอื่นหรือไม่ แต่คิดว่าคนญี่ปุ่นไม่มีความเกลียดชังต่อคนรักร่วมเพศด้วยสาเหตุที่มาจากศาสนา เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยนับถือ(หรือไม่สนใจ)ศาสนา เหมือนคนต่างชาติ (โจได้ยินว่าศาสนาพุทธไม่ห้ามการรักร่วมเพศ  แต่คิดว่าคนญี่ปุ่นไม่ค่อยสนใจความคิดเห็นที่มาจากศาสนา)
บางทีโจคิดว่าเรื่องที่คนญี่ปุ่นไม่ค่อยนับถือศาสนาเป็นการป้องกันปัญหาสังคมที่มีต้นเหตุมาจากศาสนาซึ่งประเทศอื่นกำลังเผชิญอยู่

<อ้างอิง>
Straight but narrow (From The Economist Feb 4th 2011)