Saturday, 10 May 2014

การไปดูการแสดงภาพถ่ายของ Robert Capa



วันนี้โจไปดูการแสดงภาพถ่ายของ Robert Capa เขาเป็นนักถ่ายภาพที่มีชื่อเสียง เขาเสียชีวิตแล้ว และปีนี้ครบรอบ ๑๐๑ ปี ที่เขาเกิด ตอนแรกโจไม่รู้จักเขาเลย แต่เมื่อก่อนเพื่อนร่วมงานแนะนำให้โจรู้จักและโจเริ่มรู้สึกสนใจ นอกจากนี้แล้วโจมีโอกาสดูรายการเกี่ยวกับเขาด้วย (ดูเหมือนว่า ภาพถ่ายทางสงครามที่ทำให้เขามีชื่อเสียงมาก The Falling Soldier ไม่ใช่รูปของคนที่ถูกยิง  ?) ภาพถ่ายทางสงครามของเขามีชื่อเสียงมาก แต่นอกจากภาพถ่ายแบบนี้แล้ว ภาพถ่ายกับเพื่อนของเขาก็มีชื่อเสียงด้วย เพราะว่าเขามีความสัมพันธ์กับหลายคนที่มีชื่อเสียง เช่น ปาโบล ปีกัสโซ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ เป็นต้น

การแสดงภาพถ่ายของเขาก็น่าสนุก โจชอบภาพถ่ายชีวิตประจำวันระหว่างสงครามหยุด แต่โจไม่มีความรู้เกี่ยวกับเทคนิคของการถ่ายรูปเลยและ ไม่ค่อยเข้าใจว่าผีมือของเขาดีแค่ไหน โจก็เลยรู้สึกสงสัยว่าภาพถ่ายของเขามีชื่อเสียงขึ้นเพราะว่าจริงๆเขามีความสามารถถ่ายภาพถ่ายที่ดีกว่านักถ่ายภาพคนอื่น หรือ เพราะว่ามีความโชคดีในตอนแรกและ ความสำเร็จทำให้เกิดความสำเร็จใหม่ต่อไป เหมือนบทความที่โจอ่านเมื่อก่อนหรือไม่ คิดว่าคุณภาพของภาพถ่าย นอกจากผีมือของการถ่ายภาพแล้ว ขึ้นอยู่กับหลายสิ่งเช่นความหมายของรูป ชีวิต/ลักษณะของนักถ่ายภาพ ด้วย รู้สึกว่าการเข้าใจศิลปะก็ยาก

ชีวิตยุติธรรมแค่ไหน



อาทิตย์ที่แล้วโจอ่านบทความที่น่าสนใจ บทความนี้แนะนำการวิจัยเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำในสังคมนักวิจัยหนึงคนตรวจสอบว่าคนที่ได้รับความโชคดีในตอนแรกสามารถได้รับความสำเร็จต่อไปได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ได้รับความโชคดีในตอนแรกหรือไม่) เขาตรวจสอบหัวข้อการวิจัยนี้โดยใช้อินเทอร์เน็ต   เช่น  เขาใช้เว็บไซต์ Kickstarter ซึ่งเป็นเว็บไซต์สำหรับคนที่มีโปรเจกต์ทางธุรกิจและหาผู้บริจาค (นักลงทุน) เขาเลือกโปรเจกต์ที่ยังไม่มีผู้บริจาคเลย ราวๆ ๕๐๐ โปรเจกต์ และให้เงินแก่โปรเจกต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์โดยใช้การสุ่ม (ได้เงินหรือไม่ขึ้นอยู่กับโชคเท่านั้น) เขาพบว่า โปรเจกต์ที่ได้เงินแล้วสามารถหาผู้บริจาคใหม่ได้ง่ายกว่าโปรเจกต์ที่ไม่ได้รับเงินมาก่อน อาจจะเป็นเพราะว่าผู้บริจาคคิดว่าโปรเจกต์ที่มีผู้บริจาคแล้วเป็นโปรเจกต์ที่ดีกว่าโปรเจกต์ที่ไมม่มีผู้บริจาคเลย เขาก็เลยบอกว่าความโชคดีในตอนแรกสำคัญมาก 
แต่เขาบอกว่าขนาดความโชคดีไม่ค่อยสำคัญ เมื่อเขาให้เงินสนับสนุนโปรเจกต์ บางโปรเจกต์ได้เงินมากและบางโปรเจกต์ได้เงินน้อย เขาบอกว่าระหว่างโปรเจกต์ที่ได้เงินมากกับที่ได้เงินน้อยความเป็นไปได้ที่จะหาผู้บริจาคใหม่ไม่แตกต่างกันมาก นอกจาก เว็บไซต์นี้แล้วเขาใช้อีก ๓ เว็บไซต์ และได้ผลที่เหมือนกัน นักวิจัยไม่ได้ตรวจสอบว่าคนที่โชคร้ายในตอนแรกได้รับความล้มเหลวง่ายกว่าคนอื่นหรือไม่และไม่อธิบายเพิ่มเติมในเชิงเปรียบเทียบกันนโยบายทางเศรษฐกิจ แต่โจคิดว่าการวิจัยนี้แสดงว่าในสังคมนี้เรายังไม่ค่อยมีข้อมูลพอที่จะตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและบางที่สิ่งที่จริงๆแล้วไม่มีประสิทธิภาพ/ความจำเป็นก็สามารถอยู่รอดได้นาน เช่นบางโปรเจคต์ไม่ได้ดีมาก แต่ได้รับสนับสนุน
ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลควรจะแทรกแซงดีหรือไม่นอกจากเนื้อหาของการวิจัยแล้ว โจรู้สึกสนใจกับประโยคของพระคัมภีร์ไบเบิลที่นักเขียนใช้ในย่อหน้าแรกของบทความนี้เพื่อทำให้ผู้อ่านรู้สึกสนใจด้วย
พระคัมภีร์ไบเบิลบอกว่า  ด้วยว่าทุกคนที่มีอยู่แล้ว จะเพิ่มเติมให้แก่ผู้นั้นจนมีเหลือเฟือ แต่ผู้ที่ไม่มี แม้ว่าซึ่งเขามีอยู่ก็จะต้องเอาไปจากเขา (For unto every one that hath shall be given, and he shall have abundance: but from him that hath not shall be taken away even that which he hath) โจไม่มีความรู้เกี่ยวกับศาสนาคริสต์และไม่รู้ว่าความหมายทางศาสนาของประโยคนี้คืออะไร แต่รู้สึกว่าความหมายของประโยคลึกซึ้งมากและภาษาอังกฤษที่ใช้ในไบเบิลยากมากด้วย

อ้างอิง : How fair is life? Nothing succeeds like success (May 3rd 2014)

Sunday, 4 May 2014

การท่องเที่ยวของคนไทยในญี่ปุ่น



อาทิตย์ที่แล้ว โจมีโอกาสตรวจสอบเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวคนไทยในญี่ปุ่น ปีที่แล้วจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยในญี่ปุ่นเพิ่มมากกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์เพราะว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอนญาตให้คนไทยที่มาเที่ยวน้อยกว่า ๑๕ วันมาเที่ยวโดยไม่ต้องขอวีซ่าแล้ว ปีที่แล้วราวๆ ๔ แสน ๕ หมื่น  คน เข้าญี่ปุ่น ( ๒ ปีที่แล้ว ๒ แสน ๖ หมื่นคนมาญี่ปุ่น) จำนวนนี้มากเป็นอันดับ ๖ (อันดับ ๑-๕ ของปีที่แล้ว คือ เกาหลี  ไต้หวัน จีน อเมริกา และฮ่องกง) จริงๆแล้วการเปลี่ยนระบบวีซ่าเป็น ปัจจัย หนึ่ง แต่ โจคิดว่านอกจากนี้แล้ว ปัจจัยอื่นเช่น การเพิ่มรายได้ การลดลงของคาเงินเยนก็มีผลกระทบด้วย ยังไม่ค่อยรู้ว่าทำไมคนไทยนิยมญี่ปุ่นมาก แต่ดีใจที่ได้รู้ว่าคนไทยหลายคนชอบประเทศของโจ
ตอนนี้รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่น และโจก็สนใจว่าเพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยในญี่ปุ่น เราจะต้องทำอะไรอีกดี แต่เมื่อโจตรวจสอบหลายข้อมูล โจเข้าใจว่าไม่มีสถิติ/รายงานที่อธิบายความลำบาก/ความไม่พ่อใจ/ปัญหาที่นักท่องเที่ยวคนไทยรู้สึกระหว่างอยู่ที่ญี่ปุ่น โจยังไม่แน่ใจว่าจริงๆแล้วพวกเขารู้สึกอย่างไรบัาง แต่คิดว่าบางคนอาจจะมีปัญหาทางภาษาเพราะว่าที่ญี่ปุ่นไม่มีป้ายที่มีภาษาไทย(หลายที่มีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั่น) นอกจากนี้แล้วดูเหมือนว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นความสามารถทางภาษาอังกฤษของคนไทยก็ไม่ค่อยดีด้วย (ไม่รู้ว่าคนไทยที่มาเที่ยวญี่ปุ่นมีความสามารถที่ดีกว่าเฉลี่ยหรือไม่) คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ก็ยากและใช้เวลานาน แต่ถ้าความคิดของโจถูก หวังว่าคนญี่ปุ่นที่ทำงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเข้าใจความสำคัญของภาษาไทย และ หวังว่าจำนวนคนญี่ปุ่นที่เรียนภาษาไทยกับป้ายที่มีภาษาไทยจะเพิ่มขึ้นด้วย

อ่านนิยายของ Higashino Keigo



เดี๋ยวนี้ โจติดอ่านนิยายของนักเขียน Higashino Keigo เขาเป็นผู้เขียนนิยายลึกลับและนิยายเรื่องที่มีชื่อเสี่ยงของเขาคือ ซีรีย์ กาลิเลโอ (เรื่องนี้มีเวอร์ชั่นละครกับหนังด้วย) แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว เขาเขียนหลายเรื่องและเรื่องสว่นใหญ่ที่เขาเขียนก็มีชื่อเสียงมากด้วย โจเริ่มอ่านนิยายของเขาเพราะว่ามีโอกาสเจอหนังสือมือสองที่ราคาถูกมาก โจอ่าน “Ryusei no Kizuna(สายสัมพันธ์แห่งดาวตก) “Himitsu (ความลับ) “Byakuyakou (พระอาทิตย์เที่ยงคืน)    และ “Genya  (ผีกลางคืน?)    แล้ว
 

ทุกเรื่องสนุก แต่รู้สึกตกใจที่รู้ว่าบรรยากาศของเรื่องไม่เหมือนกันเลยระหว่างแต่ละเรื่อง Ryusei no Kizuna เป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่น้องที่ถูกคนที่ไม่รู้จักฆ่าพ่อแม่ พวกเขาลองหาผู้ต้องหาเพื่อแก้แค้น เรื่องนี้ซีเรียสมาก แต่จบแบบมีความสุขและทำให้ผู้อ่านรู้สึกอุ่นใจ Himitsu ก็เป็นเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านประทับใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องจินตนาการเกี่ยวกับผู้ชายที่ภรรยาเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ ลูกสาวของเขาที่อายุ ๑๒ ปี ก็อยู่กับแม่เมื่อเกิดอบัติเหตุ แต่เขาสามารถรอดชีวิตได้ หลังจากภรรยาเสียชีวิตแล้ว นิสัยของลูกสาวเปลี่ยนเป็นเหมือนแม่ ตอนแรกสามีไม่สามารถเชื่อว่าหัวใจของภรรยาย้ายไปอยู่ในตัวของลูกสาวได้ แต่หลังจากเขาเชื่อว่านิสัยของลูกสาวเป็นภรรยาแล้ว เขาตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตกับลูกสาวที่มีนิสัยของภรรยาโดยไม่บอกให้คนอื่นรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกสาวที่มีนิสัยภรรยายุ่งยาก และยิ่งลูกสาวโตขึ้น ยิ่งยุ่งมากขึ้น โจรู้สึกว่านักเขียนบรรยายความหึงหวง ความรัก และ ความเหงา ระหว่าง ๒ คนเก่งมาก สุดท้ายนักเขียนทำให้ผู้อ่านคิดเอาเองว่าความหมายของชื่อเรื่อง ความลับคืออะไรกันแน่

 ในทางกลับกัน Byakuyakou กับ Genya เป็นเรื่องที่ไม่มีความสุขที่สุดเลยและทำให้ผู้อ่านรู้สึกหนักใจ เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงที่สวยมากและน่ากลัวมากด้วย ไม่รู้ว่าผู้หญิงใน ๒ เรื่องเป็นคนเดียวกันหรือไม่ แต่เขาใช้ทุกวิธี(รวมถึงวิธีที่ผิดกฎหมาย)เพื่อได้รับความสำเร็จ โจรู้สึกตกใจที่รู้ว่านักเขียนคนนี้เขียนฉากลามกด้วย สำหรับ ๒ เรื่องนี้ นักเขียนเขียนแค่ความจริงและไม่อธิบายความรู้สึก/ความคิดของผู้หญิงคนนี้ให้ชัดเพื่อทำให้ผู้อ่านเดาเอง รู้สึกว่าจะอธิบายความน่าดึงดูดใจของเรื่องนี้โดยใช้ภาษาไทยยาก