Thursday, 27 September 2018

คอลัมน์ ของ NNA (News Net Asia)


โจชอบอ่านคอลัมน์ ของ NNA (News Net Asia) ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวันในเอเชีย
ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้เขียคอลัมน์นี้ (อาจจะเป็นผู้สูงอายุคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯมากกว่า ๔๐ ปี) แต่วันนี้โจอ่านคอลัมน์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่น่าสนใจ เขาเขียนว่าเมื่อประมาณ ๔๐ ปีที่แล้ว ที่กรุงเทพฯมีน้อยคนที่ใช้ร่มในฤดูฝน เพราะว่าคนไทยรู้ว่าฝนตกแค่ชั่วคราวและหลายคนรอฝนหยุดโดยไม่รีปร้อน (เรื่องมาสายก็ไม่เป็นปัญหา)  แต่สมัยนี้หลายคนใช้ร่มและรีปไปให้ตรงเวลา 
นอกจากนี้แล้วเวลาเร่งด่วน BTS ก็มีผู้โดยสารมากเหมือนโตเกียวด้วย จริงๆแล้วการพัฒนาของเทคโนโลยีกับเศรษฐกิจทำให้ชีวิตสะดวกดี แต่ทำให้สังคมไทยมีความเครียดมากไปและทำให้เวลาฟักผ่อนลดลง ดันนั้นผู้เขียนจึงบอกว่า ตัวเองกำลังรู้สึกกลัวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย” ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะนิยมสังคมไทยเมื่อ 40 ปีที่แล้วมากกว่าสมัยนี้หรือไม่ (เพราะว่าโจไม่ชอบรอคน ถ้าเขามาสายมากโดยไม่ใช้ร่มและโดยไม่ให้โจรู้ว่าเขารอฝนหยุด โจอาจจะโมโหกับเขาได้) แต่โจก็กลัวว่าสังคมดิจิตอลจะทำให้ชีวิตตัวเองเปลี่ยนอย่างไร


Friday, 21 September 2018

เดือนนี้ยุ่งมาก


เดือนนี้โจยุ่งมากและไม่ได้เขียนไดอารี่ประมาน 1เดือน
ตั้งแต่วันที่ 4 ถึงวันที่ 8 โจไปทำงานที่กัมพูชาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับอุสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม (โจกำลังเขียนรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่เคยเขียนในไดอารี่) โจรู้สึกว่าการไปทำงานครั้งนี้มีประโยชน์มากกว่าที่คิดเอาไว้ ไปดูสถานการณ์การผลิตที่โรงงานและคุยกับหลายคน (เช่น เจ้าของโรงงาน พนักงานของสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องน่งห่ม นักวิจัยเศรษฐกิจของสำนักงานระว่างประเทศเป็นต้น) ก็ช่วยทำให้สามารถเข้าใจอุสาหกรรมนี้ได้ลึกขึ้น คนส่วนใหญ่ที่โจเจอครั้งนี้คิดว่าการผลิตเครื่องนุงห่มจะขึ้นอยู่กับแรงงานมนุษย์มากกว่าเทคโนโลยีต่อไป เพราะว่าเทคโนโลยีใหม่ๆยังใช้ต้นทุนแพงมากไป (ความคิดเห็นของพวกเขาก็ช่วยโจมาก แต่โจคิดว่าตัวเองควรจะไปเจอคนที่มีความคิดเห็นอื่นด้วยเพื่อรับฟังความคิดเห็นหลายๆด้าน) หลังจากกลับมาเพื่อที่จะมุ่งเนนเขียนรายงานเรื่องนี้ โจไปหลายที่เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมนี้และรู้สึกว่า Desktop Research (วิจัยเองคนเดี๋ยวโดยใช้คอมพิวเตอร์)เท่านั้นไม่เพียงพอเลย
นอกจากเขียนรายงานนี้แล้ว เดือนนี้โจต้องเขียนอีก 5 รายงาน ( รายงานยาวประมาณ 10 หน้า  3 รายงานและ 2 รายงานสั้งประมาณ 2 หน้า 2 รายงาน) ให้เสร็จในเดือนนี้ ตอนแรกโจรู้สึกงานหนักมากแต่ในที่สุดก็สามารถณ์เขียนให้เสร็จจนได้ ยังไม่แน่ใจว่าตั้งแต่เดือนหน้าจะเขียนหัวข้ออะไรดีแต่อยากจะพักผ่อนก่อน)


Sunday, 26 August 2018

เหตุผลที่วิจัยประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจไทย

วันอังคารที่ผ่านมาโจเข้าร่วมการประชุมที่เกี่ยวกับการวิจัยประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจไทย เมื่อประมาณ ๓-๔ ปีที่แล้ว อาจารย์ คน หนึ่งเคยเชินโจเข้าร่วมโครการนีและโจช่วยคำนวณ GDP ของเศรษฐกิจก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่โจไม่ได้ช่วยอะไรอีกหลังจากตัวเองย้ายไปทำงานที่สิงคโปร์ ดันนั้นครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่โจเจอกับอาจารย์ หลายคนที่เกี่ยวกับโครการนี้ ในการประชุมนี้ทำให้โจเข้าใจความแตกต่างที่เกี่ยวกับเหตุผลการวิจัยประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจไทย (สำหรับโจการเรียนประวัติศาสตร์ก็เป็นวิธีเรียนรู้เศรษฐกิจปัจจุบันกับอนาคต แต่เป็นเป้าหมายสำหรับอาจารย์คนอื่น)เพราะว่าปกติโจเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเพื่อช่วยบริษัทญี่ปุ่นหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและพวกเขาให้ความสนใจกับสถานการณ์ปัจจุบันกับอนาคตมากกว่าอดีต
เมื่อโจเขียนรายงานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจ โจถามตัวเองว่าการเรียนรู้อดีตจะสามารถช่วยการพยากรณ์อนาคตได้แค่ไหน แต่เข้าใจว่าอาจารย์หลายคนไม่ค่อยสนใจผลกระทบต่อปัจจุบัน/อนาคตและสนใจแค่อดีตเท่านั้น (อาจจะเพราะว่าได้มีความสนุกจากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์) ครั้งนี้ไม่ได้ถามพวกเขาว่ามีความสุขอย่างไรในการวิจัยประวัติศาสตร์ คราวหน้านอกจากเรื่องสถิติแล้ว อยากจะถามคุณค่าของการวิจัยประวัติศาสตร์ของเศรษฐกิจด้วย

ความเหนื่อยล้าที่มาจากความร้อนในฤดูร้อน


ไม่รู้ว่าภาษาไทยมีคำศัพท์แบบนีหรือไม่ แต่เดี๋ยวนีโจเป็น 夏バテ(ความเหนื่อยล้าทีมาจาก ความร้อนในฤดูร้อน) และทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลกลง ปกติโจชอบฤดูร้อนมากกว่าฤดูหนาวเพราะว่าตัวเองขีหนาวมาก แต่ฤดูร้อนของอปีนีร้อนมากเกินไปอยากจะได้เทคโนโลยีทีเก็บความร้อนในฤดูนีสำหรับฤดูหนาว


Monday, 6 August 2018

โดนชีวิตเกลียดชังอยู่


เดี๋ยวนี้โจได้มีโอกาสคิดเกี่ยวกับความสำคัญของชีวิตประจำวัน ไม่แน่ใจว่าครอบครัวของโจมีพันธุกรรมของโรคที่มะเร็งหรื่อไม่ แต่ภายใน ๑ เดือนที่ผ่านมา มีญาติ ๓ คนที่ตรวจพบมะเร็งและได้รับการผ่าตัด (รู้สึกเสียใจที่ได้รู้ว่าคุณป้าคนหนึ่งต้องตัดเอากระเพราะออกจากร่างกายและ คุณลุงอีกคนหนึงต้องตัดกล่องเสียงและสูญเสียความสามารถในการเปล่งเสียงไป) โจคิดว่าชีวิตประจำวันที่จะได้เจอกับญาติบ่อยๆจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แต่อาจจะเพราะว่าคุณป้า ๒ คน เข้าโรงพยาบาลที่แม่ของโจเคยเข้าบ่อยๆ เมื่อไปเยี่ยมพวกเขาทำให้โจรู้สึกว่าชีวิตประจำวันไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปตลอดกาล ยังมีความเครียดในการทำงานมากและเดี๋ยวนี้ตัวเองก็อารณ์เสียได้ง่าย แต่แม้ว่าจะมีปัญหาหลายอย่างในชีวิตตัวเอง บางที่โจควรจะรู้สึกขอบคุณกับการที่ได้มีชีวิตประจำวันมากกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้ ตัวเองยังสุขภาพแข็งแรงและสามารถไปทำงานได้ ไปทานอาหารได้ คุยกับเพื่อนโดยใช้เสียงของตัวเองได้ด้วย แต่กลับเข้าใจผิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
https://www.brainyquote.com/quotes/william_morris_386448
ไม่แน่ใจว่าระบบค้นหาของ Google กับ Youtube ก็รู้ความรู้สึกของโจหรือไม่ แต่เดี๋ยวนี้ Youtube แนะนำเพลงที่โจรู้สึกสนใจมาก ชื่อเพลงนี้命に嫌われている(โดนชีวิตเกลียดชังอยู่ ) ชื่อเพลงนี้ก็ดูแปลกๆเพราะว่าชีวิตเองไม่มีความรู้สึ



แต่คนที่เขียนเนื้อเพลงนี้คิดว่าชีวิตกำลังเกลียดชังเราอยู่เพราะว่าเราเอาแต่เกลียดชังสภาพแวดล้อมที่เกิดมา โดยไม่เคยลิ้มรสความสุขและสาปแช่งอดีตกันได้อย่างง่ายดาย ชีวิตอาจจะโมโหกับคนแบบนี้จึงหนีไปจากเราทำให้เสียชีวิตรู้ว่าความคิดเห็นนี้ไม่เป็นวิทยาศาสตร์เลย แต่รู้สึกน่าสนใจมาก เหมือนกับว่าเนื้อเพลงนี้กำลังจะบอกเราที่มักจะลืมความสุขที่อยู้ตรงหน้าและคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่น่าเบื่อโจอยากจะมีความเกรงใจต่อชีวิตมากกว่าตอนนี้และอยากให้ชีวิตชอบตัวเองมากด้วย


Tuesday, 17 July 2018

ประชาธิปไตยกับการพัฒนาเศรษฐกิจ

อาทิตย์นี้โจเขียนรายงานสั้นที่เกี่ยวกับการเมืองไทย (เป็นภาษาญี่ปุ่น) ในรายงานนี้โจนำเสนอกราฟเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประชาธิปไตยกับการพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้ดรรชนีประชาธิปไตยที่สำนักงาน EIU (Economist Intelligence Unit) เป็นผู้กำหนด ดรรชนีนี้แสดงว่าประเทศนั้นมีประชาธิปไตยแค่ไหนระหว่างคะแนน 0 ถึง 10 และกราฟนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศที่มี per capita GDP ต่ำกว่า ๑ หมื่นดอลล่าร์ การพัฒนาเศรษฐกิจไม่ค่อยเกี่ยวของกับสถานการณ์ประชาธิปไตย แต่สำหรับประเทศที่มี per capita GDP สูงกว่า หมื่นดอลล่าร์การพัฒนาเศรษฐกิจเหมือนจะดูมีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ทางประชาธิปไตย ยังไม่ชัดเจนว่า per capita GDP จะสูงขึ้นเพราะว่ามีความเป็นประชาธิปไตยมาก หรือเพราะการที่ per capita GDP สูงขึ้นส่งผลให้ระบบการเมืองมีประชาธิปไตยมากกว่าแต่ประเทศที่มี per capita GDP สูงกว่า หมื่นดอลล่าร์และดรรชนีประชาธิปไตยต่ำกว่าไทยมีแต่ประเทศที่ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น (เช่น ซาอุดิอาระเบีย, UAE เป็นต้น) และไม่แน่ใจว่าประเทศไทยจะสามารถเข้าสู่ประเทศรายได้สูงโดยไม่มีประชาธิปไตยได้หรือไม่ (รัฐบาลกำลังมีแผนการที่จะมีการเลือกตั้งในปีหน้า แต่ถ้าคิดตามระบบการเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลในตอนนี้อาจจะมีอำนาจต่อไปและความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยก็ยังไม่มากเท่าไร)

ยังมีความเป็นไปได้ที่ประเทศจีนจะเข้าสู่ประเทศรายได้สูงโดยไม่เปลี่ยนระบบการเมือง แต่ระบบการเมืองแบบจีนมีความเสี่ยงเพราะว่าแม้ว่านโยบายผิด/ไม่ดีเท่าไร ประชาชนก็ไม่สามารถหยุดรัฐบาลได้  เมื่อโจเขียนรายงานนี้ โจนึกถึงคำพูดของ  Winston. S Churchill  “Democracy is the worst form of government, except for all the others that had been tried (ประชาธิปไตยไม่ใช่รูปแบบการปกครองที่ดีที่สุดแต่เป็นรูปแบบการปกครองที่แย่น้อยที่สุด)
อย่างไรก็ตาม โจหวังว่าทั้งการเมือง/ประชาธิปไตยและเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นโดยไม่มีปัญหาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2013-2014 



Monday, 16 July 2018

ยุ่งมาก

ประมาณ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมามีหลายเรื่องเกิดขึ้นในทั้งชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ทำให้โจไม่ได้เขียนไดอารี่เลย ในชีวิตการทำงานมีปัญหาหลายเรื่องและปัญหาเหล่านี้คอยรบกวนจิตใจและทำให้โจอารมณ์เสียในการทำงานมาเป็นเวลานาน จนกลายเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกลงไปจนยากเกินจะเยียวยา โจพยายามไปคุยปรึกษากับคนหลายคนเพื่อรับฟังความคิดเห็นและหาทางแก้ไขกับปัญหาเรื้อรังนี้
สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตส่วนตัว ยังไม่แน่ใจว่าชีวิตของตัวเองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ตอนนี้รู้สึกเหมือนบทกวีของเชคสเปียร์ There is a tide in the affairs of men. Which, taken at the flood, leads on to fortune; Omitted, all voyage of their life is bound in shallows and in miseries (ชีวิตเราควรเฝ้าแลกระแสสินธุ์ ยามเจิ่งหนักรีบตักไว้ใช้อาบกิน หากเหือดสิ้นจะทุกข์ยากลำบากกาย )
https://quotefancy.com/quote/45252/William-Shakespeare-There-is-a-tide-in-the-affairs-of-men-which-taken-at-the-floud-leads
หวังว่าจะสามารถได้พบกับกระแสคลื่นที่สอดคล้องกับตัวเองได้

Wednesday, 11 July 2018

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในอนาคต


อาทิตย์นี้โจได้มีโอกาสดูวิดีโอที่น่าสนใจมาก วิดีโอนี้แนะนำเทคโนโลยีที่ใช้ผลิตเครื่องนุ่งห่ม
ตอนนี้อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมนุษย์มากและประเทศจีนเป็นประเทศที่ผลิตเครื่องนุ่งห่มมากที่สุดในโลก แต่หลายโรงงานเริ่มย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังประเทศอื่นที่ค่าแรงงานถูกกว่า(เช่นกัมพูชา เวียดนามและ บังคลาเทศ เป็นต้น) หลายคนคิดอยู่ว่าสถานการณ์นี้จะดำเนินต่อไป แต่มีความเป็นไปได้ที่เทคโนโลยีใหม่ๆจะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตอนนี้ เช่นหากการใช้เครื่องจักรสามารถผลิตเครื่องนุ่งห่มที่ใช้ต้นทุนถูกกว่ามนุษย์ได้ (บริษัท SoftWear Automation กำลังพัฒนาเครื่องจักรที่สามารถผลิตเครื่องนุ่งห่มอัตโนมิติ 100 เปอร์เซ็นต์) 
ดูเหมือนว่าจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับผลกระทบของการพัฒนาเทคโนโลยีระหว่าง 2 องค์กร ได้แค่องค์กรแรงงานระหว่างประเทศกังวลว่าเทคโนโลยีใหม่ๆจะมาแทนมนุษย์และทำให้เกิดภาวะตกงาน แต่ธนาคารพัฒนาเอเชียคิดว่าเทคโนโลยีใหม่ยังใช้ต้นทุนแพงกว่ามนุษย์และบริษัทจะยังนิยมลงทุนผลิตในประเทศกำลังพัฒนาต่อไป
สนใจว่าสถานการณ์การโยกย้ายโรงงานในประเทศจีนจะเป็นอย่างไรต่อไป

Tuesday, 10 July 2018

Cryptocurrency


อาทิตย์นี้โจเช็คข้อมูลเกี่ยวกับ Cryptocurrency (คริปโทเคอร์เรนซีหรือเงินดิจิตอล) เพื่อคิดหัวข้อการวิจัยใหม่ จริงๆแล้วตัวเองยังไม่ค่อยสนใจกับเรื่องนี้เพราะว่าโจรู้สึกว่าการซื้อขายเงินดิจิตอลคล้ายๆกับการเก็งกำไร (หรือการพนัน) และราคาของเงินก็ยังไม่ค่อยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจจริง แต่ดูเหมือนว่าการค้าขายเงินดิจิตอลกำลังค่อยๆเปลี่ยนเป็นความจริงมากกว่าการเก็งกำไร
https://safetradebinaryoptions.com/cryptocurrency-taxes-much-will-pay-government-bitcoin/
ที่ญี่ปุ่น บางบริษัท (เช่น HIS บริษัททัวร์ , Big Camera ร้านข้ายอุปกรณ์ดิจิตอล และ DMM ร้านเช่า Movieในออนไลน์ เป็นต้น) เริ่มยอมรับ Bitcoin เพราะว่าต้นทุนธุรกรรมถูกกว่าเครดิตการ์ด ยังไม่แน่ใจว่ากระแสนี้จะดำเนินต่อไปในทิศทางไหน แต่โจคิดว่า 2 ปัจจัยที่สำคัญ 

ปัจจัยที่ ๑ คือการที่บริษัทใหญ่ (เช่น Amazon.com, Seven Eleven เป็นตน) เริ่มยอมการซำระเงินแบบดิจิตอล ถ้าบริษัทใหญ่ๆเริ่มยอมรับเงินดิจิตอล ก็จะสามารถดึงดูดให้ผู้คนรู้สึกสนใจการซำระเงินรูปแบบใหม่ 
ปัจจัยที่ ๒ คือ จะมีกฎเกณฑ์ระเบียบที่ดีหรือไม่ ถ้าไม่มีกฎเกณฑ์ที่ในการป้อนกันการเก็งกำไร ก็อาจจะส่งผลให้ราคาเงินดิจิตอลขาดความมั่นคง ผู้บริโภคกับบริษัทส่วนใหญ่ก็อาจจะเบนความสนใจจากกระบบนี้ แต่ถ้าจะมีกฎเกณฑ์เข้มงวดมากไป การที่ตลาดเศรษฐกิจจะตามข้อบังคับนี้ก็ยากไปและบริษัทอาจจะปิดธุรกิจลง ดูเหมือนว่าตลาดเงินดิจิตอลของญี่ปุ่นเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก(ยังรู้สึกแปลกใจว่าทำไมตลาดญี่ปุ่นใหญ่กว่ายุโรปกับอเมริกา) ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่กฎเกณฑ์ของญี่ปุ่นจะกลายเป็นมาตรฐานของโลก

Sunday, 3 June 2018

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์โดยไม่ใช้อินเทอร์เน็ต


เมื่อวานนี้โจลองเขียนไดอารี่เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ร้านกาแฟที่ไม่มีบริการ Wi-Fi แต่แสดงความคิดเห็นไม่ค่อยออกและกลับมาบ้าน ตอนนั้นโจรู้สึกว่าสมัยนี้ตัวเองพึ่งพาอินเทอร์เน็ตมากไปและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ก็ลดลง สมัยนี้ไม่ว่าจะเมื่อไรที่ไหนเราสามารถเช็คข้อมูลทุกอย่างได้ในอินเทอร์เน็ต (หรืหติดต่อคนอื่น)  สถานการณ์นี้สะดวกดี แต่อาจจะสะดวกมากไปเพราะว่าเราไม่ต้องพยายามคิดด้วยตัวเอง (ไม่ต้องพยายามจำสิ่งต่างๆด้วย) เช่นเมื่อโจ ลองเขียนเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจในไดอารี่ ปกติโจเช็คบทความกับสถิติที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเพื่อให้ได้ทราบข้อมูลอย่างละเอียดและได้รับรู้ความคิดเห็นของคนอื่นด้วย ถ้าไม่สามารถเช็คข้อมูลนี้ได้ โจไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นของตัวเอง
แต่โจคิดว่าตัวเองเร่งรีบมากไป โจไม่ค่อยได้ใช้เวลาในการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเองก่อนที่จะเริ่มเช็คข้อมูลและความคิดเห็นของคนอื่นอย่างละเอียด สมัยที่อินเทอร์เน็ตยังไม่พัฒนาและเราไม่มีสมาร์ทโฟนความไม่สะดวกทำให้เราต้องคิดเอง สถานการณ์แบบนี้อาจจะพัฒนาความสามารถในการคิดโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ 
โจนึกถึงเรื่องที่เพื่อนร่วมงานเก่าเคยเล่าให้โจฟัง เขาเคยแวะบ้าน Aung San  (คุณพ่อของ Aung San Suu Kyi) ตอนที่เขาไปเที่ยวประเทศพพม่า เพื่อนร่วมงานรู้สึกตกใจเพราะว่า Aung San มีการศึกษาที่ดีและมีชื่อเสียงรวมทั้งยังมีความสามารถในการคิดที่ดี แต่ชั้นวางหนังสือของ Aung San กลับไม่ใหญ่เท่าไร ตอนนั้นเพื่อนร่วมงานคิดว่าข้อจำกัดของข้อมูลทำให้ Aung Sanจะต้องคิดเองโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่แน่ใจว่าในอนาคตสการเข้าถึงข้อมูลจะสะดวกมากขึ้นอีกหรือไม่ (เช่น AI เก็บข้อมูลและวิเคราะห์แทนเรา) โจรู้สึกขอบคุณต่อความสะดวกที่มาจากการพัฒนาเทคโนโลยี แต่เราจะต้องระวังผลเสียที่อยู่ในความสะดวกด้วย ครั้งหน้าจะลองเอาแค่ดินสอกับกระดาษไปที่ๆไม่มีอินเทอร์เน็ตนานๆก็ดีเหมือนกัน

Sunday, 27 May 2018

Moonshot Thinking


เมื่อวานนี้โจเข้าร่วมสัมมนาที่ไม่ค่อยเกี่ยวกับเศรษฐกิจมหภาคโดยตรง (โจตั้งใจเข้าร่วมสัมนานี้เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ)  หัวข้อของสัมมนานี้คือ “AI(Artificial Intelligence)  จะสามารถช่วยการบรรลุ SDGs (Sustainable Development Goals เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน) ของสหประชาชาติได้อย่างไรโจยังไม่สามารถเข้าใจบางเรื่องได้เพราะว่าตัวเองไม่มีความรู้เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีแต่ก็สนุกดีที่ได้ฟังเรื่องด้านอื่น สิ่งที่โจรู้สึกสนใจในสัมมนานี้คือ ความสำคัญของ Moonshot Thinking (ต้นแบบของการคิดแบบนอกกรอบ) 
https://www.hd-wallpapersdownload.com/hd-beautiful-images-of-moon-and-stars/
ผู้นำเสนอบอกว่าคนญี่ปุ่นมักจะคิดว่าเราจะสามารถทำอะไรได้โดยคำนึงถึงความเร็วในการพัฒนาทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน ดังนั้นเป้าหมายที่เราตั้งจึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบัน  แต่บางครั้งเพื่อที่จะมีความคิดใหม่ดเราควรตั้งป้าหมายก่อนที่จะเริ่มคิดวิธีบรรลุเป้าหมาย (ตั้งเป้าหมายโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้) การคิดแบบนี้อาจจะสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆได้ (ชื่อต้นแบบของวิธีคิดนี้มาจากโครงการการปล่อยกระสวยอวกาศที่ไปดวงจันทร์ ของอเมริกาเมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว) และวิธีคิดแบบนี้จำเป็นสำหรับบริษัทที่อยากจะสร้างนวัตกรรม (Larry Page, CEO ของบริษัท Google ก็เคยพูดว่า “If you're not doing some things that are crazy, then you're doing the wrong things” (ถ้าคุณไม่ทำอะไรที่ดูบ้าๆ แสดงว่าคุณกำลังทำผิด) 
https://www.investigatingsciences.com/googles-founder-has-these-tips-for-you/
โจรู้สึกว่าคนอินเดียอาจจะเหมาะสมกับ Moonshot Thinking (เช่นพวกเขามีเป้าหมายที่จะหยุดการขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันก่อน ปี 2030) แต่อาจจะเป้าหมายของพวกเขาใหญ่มากไป (ดูเหมือนว่าพวกเขาอยากจะลองไปดวงพฤหัสบดี มากกว่าดวงพระจันทร์) ประมาณ 4 เดือนที่แล้ว รัฐบาลอินเดียปรับเปลี่ยนเป้าหมายและประกาศว่าจะใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมันต่อไปหลังปี 
http://incrediblethingworlds.blogspot.jp/2016/01/all-about-incredible-india.html
2030 โจชอบวิธีคิดแบบนี้และทำให้นึกถึง 10th man rule (กฎของคนที่ 10)โจไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่แ แต่ โจได้รู้เรื่องนี้ในภาคหนังชื่อ “World War Z”ดูเหมือนว่ารัฐบาลประเทศอิสราเอลเริ่มใช้กฎนี้หลังจากสงครามยมคิปปูร์ของปี 1978 วันยมคิปปูร์ เป็นวันหยุดพิเศษทางศาสนายูดาสและนักการเมืองของรัฐบาลทุกคนคิดว่า ประเทศอียิปต์กับซีเรียจะไม่เริ่มโจมตีประเทศอิสราเอลในวันนั้น แต่สงครามกลับเริ่มวันนั้นและคนอิสราเอลหลายคนเสียชีวิต หลังจากนั้นรัฐบาลเริ่มใช้กฎนี้  ในหนัง คนที่ 10บอกว่า If nine of us look at the same information and arrive at the exact same conclusion, it's the duty of the tenth man to disagree. No matter how improbable it may seem, the tenth man has to start thinking with the assumption that the other nine were wrong” (ถ้า 9 ใน 10 คนพิจารณาข้อมูลเดียวกันและได้ข้อสรุปเดียวกัน คนที่ 10 จะต้องไม่เห็นด้วย แม้ว่าจะดูไม่น่าจะเป็นแบบนั้น แต่คนที่ 10 จะต้องเริ่มคิดโดยคิดว่า 9 คนนั้นคิดผิด)
https://ja.wikipedia.org/wiki/Think_different
อยากจะรู้ว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่


Saturday, 26 May 2018

การขาดดุลการค้าของอินเดียต่อจีน


อาทิตย์นี้โจวิเคราะห์เกี่ยวกับการขาดดุลการค้าของอีนเดียต่อจีน ตั้งแต่นาย ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ความสนใจเกี่ยวกับการเกินดุลการค้าของจีนก็เพิ่มขึ้น สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่จีนเกินดุลการค้ามากที่สุดในโลก แต่การเกินดุลการค้าต่ออินเดียก็กำลังเพิ่มขี้นเช่นเดียวกัน (ยกเว้นฮ่องกง การเกินดุลการค้าต่ออินเดียมีมากที่สุดในเอเซีย) และอินเดียก็รู้สึกว่าจะต้องแข้ไกปัญหานี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่มาจากช่องว่างของความไม่สมดุลที่กำลังกขยายตัวมากขึ้น
โจตรวจสอบว่าอะไรทำให้การนำเข้าจากจีนของอินเดียเพิ่มโดยเช็คสถิติโดยละเอียดและสังเกตเห็นว่า Smartphone เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุด รู้สึกตกใจที่รู้ว่า Smartphone ยี่ห้อจีน (เช่น  Xiaomi, OPPO, Vivo, Lenovo,และ Huawei) มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 50  เปอร์เซ็นต์ และ Samsung มีส่วนแบ่งการตลาดราวๆ 25 เปอร์เซ็นต์ส่วน Apple ต่ำกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ (อาจจะเพราะว่าคนอินเดียนิยมใช้ Smartphone ที่ราคาถูกๆ )
เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าอินเดียจำเป็นต้องผลิต Smartphone ในประเทศ (หรือจะนำเข้าจากประเทศอื่น) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าต่อจีน 
https://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prAP43569518

ดูเหมือนว่าบริษัทจีนที่ผลิต Smartphone หลายบริษัทเริ่มสร้างโรงงานที่อินเดียเพื่อเพิ่มยอดขายในอินเดียและมีความตั้งใจที่จะส่งออกไปทวีปแอฟริกา แต่โจไม่แน่ใจว่าการเพิ่มการผลิต Smartphone ในอินเดียจะช่วยการแก้ไขปัญหาแค่ไหน เพราะว่าโรงงานที่อยู่ที่อินเดียส่วนใหญ่เป็นการประกอบชิ้นส่วน (Assembling)เท่านั้น และ ชิ้นส่วนส่วนใหญ่ยังมาจากจีน  ในอนาคตการผลิตของชิ้นส่วนก็อาจจะเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มตามการลงทุนจากจีน แต่โจคิดว่าอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของชิ้นส่วนยังจำเป็นต้องนำเข้าจากจีนต่อไป เพราะว่าบริษัทญี่ปุ่นที่มีโรงงานผลิตที่จีนหรือไทยก็พยายามเพิ่มการลงทุนมามากกว่า ๒๐ ปี  แต่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ของชิ้นส่วนยังมาจากมากการนำเข้า โจจึงคิดว่าหากไม่มีการลดลงของค่าเงินรูปีต่อเงินหยวนของจีน การจะปรับเปลี่ยนความไม่สมดุลการค้าระหว่างอินเดียกับจีนก็คงเป็นเรื่องยุ่งยากต่อไป

Saturday, 12 May 2018

การเลือกตั้งของประเทศมาเลเซีย


เดี๋ยวนี้โจไม่ค่อยมีโอกาสได้วิเคราะเกี่ยวกับการเมืองของประเทศมาเลเซีย แต่เมื่อวานนี้โจรู้สึกตกใจมากที่รู้ว่าพรรคฝ่ายค้านชนะในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อราวๆ ๒ ปีที่แล้ว โจเขียนรายงานเกี่ยวกับการเมืองของประเทศนี้ โจคิดว่าแม้ว่าจะมีปัญหาคอรัปชั่นมาก พรรครัฐบาลก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยและนาย นาจิบ คงจะเป็นนายกต่อไป (รัฐบาลไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่ประเทศมาเลเซียเป็นอิสระจากอังกฤษ) นาย มหาเธร์ อายุ 92 ปีกลับมาจากการเกษียณกลายเป็นนายกคนใหม่ โจไม่ค่อยรู้ว่านโยบายทางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนเป็นอย่างไรและการมีนายกที่อายุสูงมากเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ แต่รู้สึกประทับใจกับความทะเยอทะยานของเขา โจจำได้ว่าเพื่อนคนมาเลเซียเคยพูดให้กำลังใจโจโดยพูดถึง นาย มหาเธร์ เขาบอกว่า “ดูนายมหาเธร์สิ เขาสร้างพรรคใหม่ตอนอายุ 90 ปี และยังมีเป้าหมายที่จะเป็นนายกอีกครั้งด้วย อาจจะไม่มีอะไรสายเกินไปและไม่มีใครแก่เกินไปที่จะเริ่มสิ่งใหม่ “ตอนนั้นโจรู้สึกตลกเพราะว่าโจรู้ว่าเพื่อนล้อเล่น (เรา ๒ คนคิดว่าโอกาสที่นายมหาเธร์จะเสียชีวิตยังมีมากกว่าโอกาสที่จะได้เป็นนายก) โจจึงรู้สึกตกใจที่รู้ว่าคำพูดของเขากลายเป็นความจริง
http://escapeadulthood.com/blog/2012-11-15/youre-never-too-old.html
นอกจากประเทศมาเลเซียแล้ว ประเทศสิงคโปร์ก็ยังไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงพรรครัฐบาลและหลายคนคิดว่าสถานการณ์นี้จะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่ผลการเลือกตั้งของมาเลเซียครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าสิงคโปร์ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนรัฐบาลในอนาคตด้วย การเมืองของมาเลเซียก็อาจจะมีการเปลี่ยนอีกในอนาคตอันใกล้เพราะว่านายกมหาเธร์ก็อายุมากแล้ว รู้สึกว่าสุภาษิตสี่ตัวอักษรของภาษาญี่ปุ่น諸行無常 (ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนเป็นอนิจจัง) 盛者必衰 (ความรุ่งเรืองจะต้องตกต่ำลง) และ生老病死 (เกิดแก่เจ็บตาย) เป็นเรื่องจริง
https://kanichi.jp/cache/img/jpg/w_h/1fc2a4035affbd4e7432e7471356830baf01655d_jpg.jpg


Saturday, 5 May 2018

เริ่มเขียนรายงานใหม่


โจเริ่มเขียนรายงานใหม่  กำลังคิดอยู่ว่าจะเขียนรายงานสั้นๆภายใน ๑-๒ เดือน และหลังจากนั้น อาจจะไปทำงานที่กรุงเทพเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกับนักวิจัยหรือนักวิชาการเฉพาะทาง จากนั้นจะเพิ่มเนื้อหารายงานและเขียนให้เสร็จราวๆเดือนกันยายนหรือตุลาคม จริงๆแล้วถ้ารีบเขียนอาจจะสามารถเขียนให้เสร็จได้ราวๆเดือนกรกฎาคมได้ แต่ปีงบประมาณนี้โจตัดสินใจแล้วว่าตัวเองจะตั้งใจใช้เวลาในการเขียนรายงานให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มคุณภาพของรายงาน  
http://www.9pyinfo.com/en/exchange/
ครั้งนี้โจตั้งใจจะเขียนรายงานเกี่ยวกับเพื่อที่จะอธิบายอธิบายสถานการณ์ทางการเงินโดยเฉพาะธนาคารพาณิชย์ ในรายงานนี้โจจะนำเสนอหลายหัวข้อเช่น การลดลงของจำนวนสาขาที่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงินแบบดิจิตอล นโยบายตัวแทนธนาคาร แรงจูงใจทางภาษีสำหรับการควบธนาคาร เป็นต้น (ยังไม่มีรายงานภาษาญี่ปุ่นที่อธิบายหัวข้อเหล่านี้) นอกจากนี้แล้วอยากจะเขียนผลกระทบต่อเศรษฐกิจมหาภาคด้วย 
สำหรับเรื่องเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินแบบดิจิตอลกับการลดลงของจำนวนสาขา โจรู้ว่าหลายธนาคารมีแผนที่จะยุบสาขาต่อไป โดยใช้ AI เข้ามาแทนที่ (เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศว่าจะลดจำนวนสาขาลงถึงราวๆ 400 จาก 1,100 ภายใน 3 ปี )  แต่ยังไม่แน่ใจว่าจำนวนสาขาจะลดลงเหมือนที่ธนาคารคาดการณ์เอาไว้หรือไม่เพราะว่าประเทศไทยขาดวิศวกร AI (มีบทความที่ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยจะต้องเพิ่มจำนวนวิศวกร AI ปีละ 10,000 คน แต่ตอนนี้ในประเทศมีแค่ราวๆ 2,000 คนเท่านั้น ) ดูเหมือนว่ามีหลายมหาวิทยาลัยพยายามเพิ่มจำนวนนักศึกษาที่เรียน AI นอกจากนี้แล้วประเทศไทยพยายามที่จะรับคนต่างชาติที่มีความสามารถด้าน AI แต่ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะนิยมไปทำงานที่ประเทศไทยหรือไม่ เพราะว่านอกจากประเทศไทยแล้วก็ยังมีหลายประเทศร่วมญี่ปุ่นก็พยายามรับพวกเขาด้วย มีหลายข้อมูลที่จะต้องเช็คเพื่อเขียนรายงานนี้