Saturday, 1 June 2019

วิญญาณของทะเล(海の幽霊 Umino Yuurei)

อาทิตย์นี้ โยเนสึ เคนชิ นักร้องที่โจชอบปล่อยเพลงใหม่ (ชื่อ 海の幽霊Umino Yuurei วิญญาณของทะเล) เพลงนี้เป็นเพลงสำหรับ หนังเรื่อง ชื่อ海獣の子供 Kaijuu no Kodomo ลูกของสัตว์ประหลาดทะเล โจรู้สึกประทับใจกับ MV นี้ (โจรู้สึกว่า MV นี้สวยมากและเหมาะสมกับหนังด้วย) โจไม่ได้ไปโรงหนังที่ญี่ปุ่นนานแล้ว แต่ MV นี้ทำให้โจอยากไปดูที่โรงหนัง

วันที่ฝนตก

อาทิตย์นี้โจได้มีโอกาสคิดเกี่ยวกับวันที่ฝนตก สมัยก่อนโจไม่ชอบวันฝนตกเพระาว่ามีอคติ (รู้สึกว่าวันที่อากาศดีเป็นวันดี และวันที่ฝนตกเป็นวันไม่ดี ) แต่อาจจะเพราะว่าเดี๋ยวนี้มีเวลาอยู่ในตึกเพิ่มขึ้น ความรู้สึกนี้ค่อยๆเปลี่ยนไปและตอนนี้ฝนจะตกหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับความรู้สึกอีกต่อไป (แต่ไม่ชอบเดินข้านงอกเมื่อฝนตกโดยเฉพาะในฤดูหนาว) ตอนนี้ญี่ปุ่นกำลังจะเข้าฤดูฝน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรแต่โจเริ่มชอบฤดูนี้เพราะว่าเริ่มสนใจกับความสวยของ Hydrangea (ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ดอกอะจิไซ) นอกจากนี้แล้ว โจชอบพักผ่อนที่ร้านที่บรรยากาศดีและดูฝนตกจากข้างในร้าน 

ดูเหมือนว่าฝนตกมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมชีวิตประจำวันของญี่ปุ่นมาเนิ่นนาน ภาษาญี่ปุ่นมีคำศัพท์หลายชนิดเกี่ยวกับฝนตกมากกว่า 400 คำ แต่อาจจะเพราะว่าสมัยนี้เรายุ่งมากขึ้นแล้ว โจคิดว่าเราไม่ค่อยมีเวลาสังเกตเห็นความสวยในสายฝนเท่าไหร่ (ทำให้โจนึกถึงคำคมของ Bob Marley “Some people feel the rain, others just get wet (บางคนสามารถสัมผัสความรู้สึกที่มากับสายฝนได้ และบางคนก็แค่ตัวเปียกเท่านั้นเอง)” ) ปีนี้อยากจะหาเวลาที่รู้สึกความสวยในสายฝนโดยพักผ่อนที่ร้านกาแฟที่บรรยากาศดี
http://www.lovethispic.com/image/80076/some-people-feel-the-rain-others-just-get-wet

Sunday, 26 May 2019

การเลือกตั้งของประเทศอินเดีย


อาทิตย์นี้ประเทศอินเดียประกาศผลของการเลือกตั้ง นอกจากโจแล้ว หลายคนรู้สึกตกใจที่รู้ว่าพรรคของนายกโมทีชนะขาดลอย (หลายคนคิดว่าพรรคนายกโมดิจะชนะ โดยจำนวนที่นั่งลดลงกว่าเดิม แต่จำนวนกลับเพิ่มขึ้น) ความท้าทายของรัฐบาลโมทีครั้งที่ ๒ คือ สร้างงาน เพิ่มความมั่นคงเศรษฐกิจ และแก้ไขปัญหามลภาวะ
Times of India (as of May 2019)

คอร์ส 10 นาทีที่สระว่ายน้ำ


อาทิตย์ที่แล้วเมื่อโจไปว่ายน้ำ โจเข้าร่วมคอร์ส 10 นาที /10 minutes free lesson (พนักงานสอนวิธีว่ายน้ำให้ลูกค้าใน 10 นาทีฟรี )” โจว่ายน้ำมานานมาโดยไม่ได้เรียน ทำให้เข้าใจว่าการเรียนโดยมีผู้สอนดีมาก (เรียนแค่ 10 นาที แต่ได้เรียนรู้หลายสิ่ง) เป้าหมายของโจที่ไปว่ายน้ำคือรักษาสุขภาพเท่านั้นและไม่ต้องว่ายน้ำเร็วๆ แต่อยากจะว่ายน้ำให้เก่งกว่าตอนนี้ 
https://www.se-sports.or.jp/sougou-p/#


สงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน


ตั้งแต่เมื่อก่อนหลายคนรู้สึกกังวลกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน โจคิดว่าเดือนนี้สถานการณ์แย่ลงอีกอย่างรวดเร็วและรู้สึกว่าเศรษฐกิจโลกกำลังจะพังทลาย (ปัญหานี้ไม่น่าจะจบได้ง่ายๆ) ตอนนี้หลายประเทศยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง ๒ ประเทศ แต่ถ้าสถานการณ์รุนแรงมากขึ้น มีความมเป็นไปได้ที่หลายประเทศจะต้องเลือกฝังอเมริกาหรือจีน (เช่น ถ้าบริษัทญี่ปุ่นอยากจะทำธุรกิจกับจีน จะทำธุรกิจกับอเมริกายากขึ้น)
https://middlechildcatholicpriest.com/2018/02/18/among-wild-beasts-angels/broken-world/
เดือนหน้า รัฐบาลญี่ปุ่นจะจัด G20 ที่โตเกียวและจะมีการเจรจาหลายเรื่อง แต่ไม่แน่ใจว่าสหรัฐอเมริกากับจีนจะยุติสงครามการค้าหรือไม่

Sunday, 12 May 2019

ไปทานอาหารกับรุ่นพี่


เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโจไปทานอาหารกับรุ่นพี่ที่เคยทำงานที่บริษัทของโจ 
https://www.shahoden.com/passion/
หลังจากทำงานที่บริษัทโจราวๆ 6 ปีที่แล้ว เขากลับไปทำงานที่ธนาคาร แต่เขายังรู้สึกสนใจการวิเคราะห์เศรษฐกิจปีนี้เขาจึงเปลี่ยนงาน ตอนนี้เขาทำงานเป็น Strategist (นักยุทธศาสตร์) ดูเหมือนว่าการทำงานคล้ายกันกับ Economist ของบริษัทหลักทรัพย์ แต่รู้สึกตกใจที่รู้ว่าตำแหน่งของเขาจะต้องวิเคราะห์ทุกเรื่อง(ทุกประเทศกับทุกอุตสาหกรรม)ที่นักลงทุนรู้สึกสนใจ โจคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับงานแบบนี้(อยากจะเข้าใจให้ลึกมากกว่ากว้าง) แต่เคารพคนที่สามารถวิเคราะห์หลายประเทศพร้อมกันได้

ยืมหนังสือ


ปกติโจชื้อหนังสือที่ Book off (สำหรับหนังสือมือสอง) กับ Amazon (สำหรับหนังสือใหม่)และไม่เคยยืมหนังสือจากห้องสมุดมานานแล้ว (มากกว่า ๒๐ ปี) แต่เดี๋ยวนี้โจเริ่มใช้บริการของห้องสมุดใหม่ที่เปิดแถวๆบริษัทและเข้าใจว่าสำหรับหนังสือที่ไม่ต้องเก็บอ่านหลายครั้งจะยืมดีกว่าซื้อ ห้องสมุดที่โจไปเป็นห้องสมุดเล็กๆและจำนวนหนังสือก็ไม่มากแต่มีบริการที่ยืมหนังสือจากห้องสมุดอื่นได้ เมื่อโจเช็ค แค็ตตาล็อกหนังสือใน OPAC (Online Public Access Catalog) ก็เข้าใจว่าหนังสือใหม่ๆก็สามารถยืมได้ (มีบริการจองด้วย) สิ่งที่รู้สึกกลัวนิดหน่อยคือทำหนังสือหาย แต่ยกเว้นเรื่องนี้มีแต่ข้อดีทั้งนั้น (ฟรี ไม่ต้องเก็บหรือทิ้งหนังสือที่ซื้อ)
https://library.city.shinagawa.tokyo.jp/tabid/154/Default.aspx

ระหว่างวันหยุด Golden Week ปีนี้โจอ่านหนังสือหลายเล่น ที่รู้สึกสนใจมากคือ “มาร์ติน ลูเทอร์ คิง กับ แมลคัม เอ็กซ์” บทที่หนึ่งกับสองแนะนำชีวิตของพวกเขาและบทที่สามกับสี่อธิบาย ความคล้ายคลึงกันกับความแตกต่าง  โครงสร้างของหนังสือนี้เข้าใจได้ง่ายมากและเนื้อหาก็น่าสนใจ (เคยเรียนรู้เกี่ยวกับพวกเขา แต่มีหลายเรื่องที่ยังไม่รู้หรือลืมแล้ว) หลังจากอ่านหนังสือเล่นนี้ตอนนี้โจอ่านหนังสืออีกเล่นที่เกี่ยวกับชีวิตแมลคัม เอ็กซ์ ดูเหมือนว่านักเขียนใช้เวลามากกว่า ๑๐ ปี เพื่อเขียนหนังสือนี้ เพราะว่าเขารู้สึกสงสัยกับความถูกต้องของอัตชีวประวัติของเขากับหนังสืออื่นที่เกี่ยวกับแมลคัมเอ็กซ์และเขาคิดว่าควรจะเช็คทุกอย่างอีกครั้งเอง โจรู้สึกประทับใจกับความพยายามของนักเขียนคนนี้  หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบ อยากจะอ่านหนังสือแบบนี้เกี่ยวกับมาร์ติน ลูเทอร์ คิงด้วย
https://www.amazon.co.jp/%E3%82%AD%E3%83%B3%E3%82%B0%E7%89%A7%E5%B8%AB%E3%81%A8%E3%83%9E%E3%83%AB%E3%82%B3%E3%83%A0X-%E8%AC%9B%E8%AB%87%E7%A4%BE%E7%8F%BE%E4%BB%A3%E6%96%B0%E6%9B%B8-%E4%B8%8A%E5%9D%82-%E6%98%87/dp/4061492314


Monday, 29 April 2019

บริษัท 山一(Yamaichi)


เพราะว่ายุคเฮเซกำลังจะจบลง อาทิตย์นี้ทีวีกับหนังสือพิมพ์ต่างทบทวนเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นในประมาณ ๓๐ ปี ที่ผ่านมา โจเกิดในยุคโชวะและเติบโตขึ้นในยุคเฮเซ แต่ก่อนเริ่มทำงานโจไม่ค่อยสนใจกับเรื่องเศรษฐกิจญี่ปุ่นและมีหลายเรื่องที่แค่เคยได้ยินผ่านหูเท่านั้น อาทิตย์นี้โจเช็ควีดีโอเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจในยุคเฮเซใน YouTube และเจอวีดีโอที่รู้สึกสนใจมาก เรื่องนี้เป็นการล้มละลายของบริษัท 山一証券Yamaichi Securities (บริษัทหลักทรัพย์)ในปี 1997  ปีนี้ที่ไทยมีวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นก็มีหลายปัญหาเช่นกัน เมื่อก่อน ญี่ปุ่นมี ๔ บริษัทหลักทรัพย์ที่ใหญ่ (野村Nomura, 日興Nikko, 大和Daiwa และ 山一 Yamaichi) แต่เพราะว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นไม่ดี (ราคาหุ้นก็ไม่ดีด้วย) กำไรของบริษัทหลกทรัพย์ก็ไม่ดี แต่บริษัท 山一 Yamaichi ทำ window‐dressing กับงบการเงิน (ในเอกสารงบการเงินสถานการณ์ธุรกิจดูไม่มีปัญหา แต่จริงๆแล้วไม่มีกำไรเลยและมีหนี้มาก)  ประธานบริหารที่จะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ลาออกก่อนปัญหานี้จะเปิดเผยและให้ประธานบริหารคนใหม่(คุณ Nozawa) รับผิดชอบก่อนที่เขาจะเป็น CEO คนใหม่ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับปัญหานี้และรู้สึกตกใจมากๆ เขาพยายามหาวิธีที่แก้ไขปัญหานี้ แต่ภายใน ๑๐๐ วัน บริษัทก็ล้มละลาย (ปีนั้นเป็นครบรอบ ๑๐๐ ปี ของบริษัท)
https://diamond.jp/articles/-/107726
โจรู้สึกประทับใจกับ CEO คนนี้  เพราะว่าเมื่อเขาประกาศการล้มละลายของบริษัท เขาไม่หาข้อแก้ตัว เขาบอกว่าความรับผิดชอบของทุกอย่างอยู่กับตัวเองเท่านั้นและพนักงานทุกคนเป็นคนดีมีความสามารถ (เมื่อบริษัทมีปัญหา CEO ส่วนใหญ่บอกว่าความรับผิดชอบอยู่กับคนอื่นและไม่อยากจะรับผิดชอบ) นอกจากนี้แล้วเขาขอบริษัทอื่นพิจารณารับพนักงาน 山一 ห้โอกาสทำงานด้วยโดยร้องไห้ไปด้วย (หลังจากบริษัทนี้ล้มละลายแล้ว เขาเอาประวัติการทำงานของพนักงานหลายคนไปเสนอบริษัทอื่นเพื่อหาโอกาสทำงานสำหรับพวกเขา) หลังจาก CEO คนนี้ประกาศบริษัทล้มละลาย นักข่าวสัมภาษณ์พนักงานหลายคนบอกว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร โจรู้สึกประทับใจกับทัศนคติของพวกเขาด้วย ทุกคนกังวลผลเสียของการล้มละลายต่อลูกค้ามากกว่าผลเสียต่อตัวเอง หลายคนบอกว่าความรับผิดชอบของการตกงานที่มาจากการล้มละลายบริษัทก็อยู่กับตัวเองเพราะว่าตัวเองเลือกบริษัทนี้และเลือกที่จะไม่ลาออกเปลี่ยนงานก่อนบริษัทล้มละลาย ไม่รู้ว่าสมัยนี้ยังมี CEO กับพนักงานแบบพวกเขาแค่ไหน แต่อยากจะให้ ทุกๆคนเป็นแบบ CEO คนนี้

Saturday, 20 April 2019

Top 10 GDP ของโลก


อาทิตย์นี้โจวิเคราะห์ GDP ของหลายประเทศเพื่อศึกษาว่า Top 10 ของ GDP ในโลกจะเปลี่ยนอย่างไรใน 10 ปีข้างหน้า Top 10 ในตอนนี้ คือ อเมริกา จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส อินเดีย อิตาลี บราซิล แคนาดา ตามลำดับ (ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 26 ) 

โจเริ่มเช็คระดับ GDP เพราะว่าเร็วๆนี้รัฐบาลอินเดียได้ประกาศว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัวเป็นอันดับที่สามของโลก ในปี 2030 โดยแซงญี่ปุ่นไป เพราะว่าโจรู้ว่าบางครั้งรัฐบาลอินเดียประกาศเป้าหมายใหญ่มากเกินไปโดยไม่ค่อยคิดถึงความเป็นไปได้ โจจึงวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเช็คความเป็นไปได้นี้  นอกจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจแล้ว ระดับ GDP ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนเงินด้วย นอกจากนี้การคาดคะเนก็ไม่ง่ายและมีความไม่แน่นอน แต่โจคิดว่ามีความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจอินเดียจะใหญ่กว่าญี่ปุ่นราวๆปี 2030 เหมือนที่รัฐบาลอินเดียประกาศ (แม้ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะขยายตัวช้ากว่าที่คิดเอาไว้และค่าเงินเยนแข็งขึ้นมาก เศรษฐกิจอินเดียอาจจะใหญ่กว่าญี่ปุ่นก่อนปี 2035 ) นอกจากนี้แล้ว ประเทศจีนอาจจะเป็นอันดับที่หนึ่งและความสำคัญของเศรษฐกิจเอเซียในประเทศกำลังพัฒนาจะสูงขึ้น การดาดการณ์นี้ใช้ GDP จาก IMF (เพราะว่า IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกถึง ปี 2024)  สิ่งที่โจรู้สึกสนใจในข้อมูลIMF คือการคาดการณ์ว่าค่าเงินเยนจะแข็งขึ้นต่อดอลลาร์ใน 5 ปีหน้า ไม่แน่ใจว่าเทรนนี้จะดำเนินต่อไปหลังจาก ปี 2024 ปีหรือไม่ แต่แม้ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นเกือบจะเป็นศูนย์มานาน มีความเป็นไปได้ที่ความสำคัญของญี่ปุ่นต่อเศรษฐกิจโลกจะไม่ค่อยเปลี่ยน รู้สึกสนใจว่า 10 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจโลกกับตัวเองจะเป็นอย่างไรบ้าง


Saturday, 23 March 2019

เรื่องยุ่งยาก


ไม่อยากจะเขียนเรื่องนี้ให้ละเอียด แต่อาทิตย์นี้เรื่องตกใจเกิดขึ้นและเรื่องนี้ให้โจมีหลายความรู้สึกพร้อมกัน เพราะว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อหลายอย่าง สิ่งที่โจรู้สึกคือ ความตกใจ ความประทับใจ ความดีใจ ความยินดี ความคิดถึง ความกังวล ความสงสาร ความเสียใจ ความเจ็บปวด ความลําบาก ความยุ่งยาก ความรับผิดชอบ ความไม่เป็นธรรม และ ความโกรธเป็นต้น (ถ้าวาดความรู้สึกนี้ รูปนี้จะต้องมีสิรุ้งเหมือนชุดดินสอสี) ยังโชคดีที่ได้รู้เรื่องนี้ระหวังวันหยุด

https://pencils.com/makes-a-good-color-pencil-importance-pigment/

ถ้ารู้ในวันธรรมดา โจไม่ได้สามรถมีสมาธิในการทำงานได้แน่นอน เราไม่สามารถย้อนกลับอดีตเปลี่ยนเรื่องที่เกิดขึ้นได้ และไม่สามารถรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว บางทีเราจะต้องยอมรับโดยคิดว่าเป็นเรื่องช่วยไม่ได้และจะต้องไปข้างหน้าเสียใจที่ได้รู้ว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรมและในบางครั้งที่คนชั่วได้ประโยชน์มากกว่าคนดี แต่โจยังชื่อว่าในที่สุดคนดี (คนไม่โกหกจริงใจ มีความเอื้อเฟื้อ คนที่รับผิดชิอบกับเรื่องเกิดขึ้น) เท่านั้นมีความสุขจริงๆ และ คนชั่วจะถูกลงโทษอย่างแน่นอน คิดว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วก็ถูก

เริ่มใช้ app ทางสุขภาพ

เดี๋ยวนี้มีคนบอกว่า “ในไดอารี่ โจเขียนว่า “จะรักษาสุขภาพมากกว่านี้” บ่อยๆ แต่ดูไม่เห็นทำอะไรพื่อสุขภาพ” เพื่อที่จะดูและสุขภาพ เดี๋ยวนี้โจเริ่มใช้ app ทางสุขภาพ (และตั้งใจเขียนเรื่องนี้ในไดอารีเพื่อให้คนนั้นรู้) app ที่หนึ่งที่โจใช้อยู่ ชื่อ Maipo  เป็น app ใช้นับวำนวนก้าว ในวันธรรมดาโจเดินวันละราวๆ 5,000-7,000 ก้าว แต่เดี๋ยวนี้โจตั้งใจพยายามเดินวันละมากว่า 10,000 ก้าว โดยคิดว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดี แต่รู้สึกแปลกใจที่พบรายงานที่ชี้ให้เห็นว่าเดินวันละ10,000 ก้าวมากเกินไปและอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ เมื่อก่อนหลายคนคิดว่าเดิน วันละ10,000 ก้าวก็ดีสำหรับสุขภาพ แต่ดูเหมือนว่าสมัยนี้มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้)  โจคิดว่าเดินแค่ไหนดีสำหรับสุขภาพนั้นขึ้นอยู่กับคน (น้ำหนัก อายุ ความหนาแน่นของมวลกระดูก เป็นต้น) อยากจะได้ ฟังก์ชัน ที่บอกให้โจรู้ว่าตัวเองควรจะเดินแค่ไหนดี
app ที่สองคือ Sleep Cycle ที่เช็คคุณภาพการนอน ไม่แน่ใจว่าคุณภาพของ app นี้ดีแค่ไหน (ยังรู้สึกสงสัยว่ามือถือจะสามารถทำได้หรือไม่)  แต่โจเข้าใจว่าตัวเองนอนไม่ค่อยลึก ถ้าโจนอน 6 ชั่วโมง โจรู้สคกว่าหลับลึกแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น มีความเป็นไปได้ที่หมอนที่ใช้อยู่ ไม่ค่อยเหมาะสมกับตัวเอง หรือ วิธีนอนก็ไม่ค่อยดี คิดว่า app แบบนี้จะค่อยๆพัฒนาไปมากกว่านี้ อีกไม่นานนอกจากเช็คสถานการณ์การนอนแล้ว app นี้ อาจจะแนะนำว่าจะทำอย่างไรดีด้วย ก่อน App แบบนั้นจะพัฒนาสำเร็จ อยากจะลองทดลองหลายวิธีนอนเพื่อให้รู้ว่าจะนอนให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร


Saturday, 16 March 2019

แอนตาร์กติก


ตั้งแต่ประมาณ ๑๘ ปีที่แล้ว มีบล้อกหนึ่งที่อ่านบ่อยๆ (เขาเขียนเรื่องมุขตลกเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน)  ไม่ได้เช็คบล็อกนั้นนานแล้ว แต่อาทิตย์นี้โจมีโอกาสที่ได้อ่านบล็อกนั้นและรู้สึกตกใจที่รู้ว่าเดี๋ยวนี้เขาทำอะไรอยู่ ดูเหมือนว่าเดี๋ยวนี้เขาติดการ์ตูนเรื่องหนึ่ง (ชื่อ 宇宙よりも遠い場所 Uchuu yorimo tooi basho / A Place Further than the Universe / สถานที่ไกลกว่าอวกาศ)และเขาตัดสินใจว่าจะไปตามรอย สิ่งที่โจรู้สึกตกใจมากคือเขาจะไปตามรอยที่แอนตาร์กติก โจก็ชอบตามรอย แต่แม้จะว่ามีการ์ตูนที่ชอบมากๆแค่ไหนก็ ไม่กล้าไปแอนตาร์กติก ดูเหมือนว่าาการ์ตูนเรื่องนี้จะติด ๑ ใน ๑๐ รายการโทรทัศน์ที่ดีสุดในโลก ๒๐๑๘ (The Best TV Shows of 2018 ) รู้สึกกลัวว่าการ์ตูนเรื่องนี้จะทำให้โจไปตามรอยแอนตาร์กติกด้วย แต่สนใจว่าการ์ตูนนี้เป็นเรื่องอแบบไหน


https://calendar.jvbrown.edu/home/event/11198/homemade-holiday-gift-penguin-parade

ไปทานอาหารกับเพื่อน


อาทิตย์นี้ โจไปเจอกับเพื่อน (แฟนเก่าของรุ่นพี่) ที่กำลังจะไปหางานและเรียต่อที่ประเทศอังกฤษ เค้าเคยอยู่ที่ประเทศเดนมาร์กประมาณ ๒ ปี และกลับมาที่ญี่ปุ่น ราวๆ ๒ เดือน ที่แล้ว แต่เค้าตัดสินใจว่าจะไปทำงานที่ประเทศอังกฤษและจะหาโอกาสเข้ามหาวิทยาลัยไปพร้อมกันด้วย โจไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมเขาถึงเลือกประเทศอังกฤษและไม่ได้เข้าใจว่าจริงๆเค้าอยากจะใช้ชีวิตแบบไหน (โจรู้สึกว่าเค้าก็ยังสับสนกับตัวเอง โจคิดว่าเหตุผลที่เค้าไปต่างประเทศคือไม่อยากจะอยู่ที่ญี่ปุ่น) แต่รู้สึกประทับใจกับความแอคทิฟ ถ้าโจเป็นเค้า จะไปต่างประเทศหลังจากหางานได้หรือสอบผ่านมหาวิทยาลัยแล้ว ถ้ายังไม่มีงานหรือมหาวิทยาลัย โจจะต้องทำงานก็บเงินก่อน แต่เค้าไปต่างประเทศโดยไม่มีอะไร (มีแต่ความไม่แน่นอน) โจคิดว่าเค้าอาจจะมีความยากลำบากในการใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ แต่หวังว่าความสามารถของเค้าจะพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ที่จะได้พบเจอนั้น
https://quotefancy.com/quote/956704/Charles-Darwin-The-most-important-factor-in-survival-is-neither-intelligence-nor-strength


Sunday, 10 March 2019

เจ็บก้น


ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับการไปต่างประเทศหรือไม่ แต่หลังจากกลับมาจากต่างประเทศ โจไม่สบายบ่อยๆ แต่ครั้งนี้ตั้งแต่ช่วงอยู่ที่ไทย โจรู้สึกเจ็บก้นเพราะว่าเดี๋ยวนี้โจนั่งทำงานนานๆและนั่งเครื่องบิน โจรู้สึกกลัวว่าจะเป็นโรคริดสีดวงทวารและซื้อยามาทา ระหว่างอยู่ที่ไทยยังโอเค แต่หลังจากกลับมาญี่ปุ่นอาการค่อยๆแย่มากขึ้นและพักผ่อนเท่าไรไม่ดีขึ้น เมื่อวานนี้โจรู้สึกเจ็บก้มมากไปและไปหาหมอ หมอบอกว่าก้นมีถุงเลือด (เพราะว่านั่งนานๆและเลือดบริเวณก้มไม่ค่อยไหลเวียน) และตัดถุงเลือดนั้นออก การผ่าตัดนี้ใช้เวลาแค่ ๒ นาทีแต่ทำให้รู้สึกเหนื่อยมากๆ  วันนี้โจพักผ่อนตลอดวันโดยไม่ได้ทำอะไรและค่อยๆรู้สึกดีขึ้น ตัดสินใจว่าจะรักษาสุขภาพมากกว่าตอนนี้

https://www.pinterest.jp/pin/438678819931191934


Sunday, 24 February 2019

การไปเที่ยวบึงกาฬ


อาทิตย์นี้โจไปเยี่ยมเพื่อนสนิทคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ที่จังหวัดบึงกาฬ (ภรรยาของเพื่อนคลอดลูกและกลับบ้าน) ดีใจที่ได้มีโอกาสเจอกับครอบครัวของภรรยาเพื่อนและดีใจมากที่ได้รู้ว่าทุกคนมีความสุขมากกับเด็กที่เกิดมา ระหว่างอยู่ที่บึงกาฬ โจกบเพื่อนไปเที่ยวหลายที่ เช่นเราไปเที่ยวที่ ”หินสามวาฬ” วิวที่นั้นสวยมาก(แต่รู้สึกกลัวกับการเดินบนหินด้วย) ครั้งนี้เราไม่ได้ไปเที่ยวน้ำตกเพราะว่าฤดูนี้ไม่ค่อยมีน้ำ แต่โจรู้สึกประทับใจกับธรรมชาติของบึงกาฬ การพักผ่อนที่บ้านภรรยาเพื่อนกับการไปดูตลาดแถวๆบ้านก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้วิถีชีวิตกับสังคมอีสาน

นอกจากบึงกาฬแล้ว เราไปเที่ยวอุดรธานีด้วย เราไปเที่ยวที่โบราณสถานบ้านเชียงที่เป็นมรดกโลก โจรู้สึกว่าบรรยากาศและหม้อโบราณไทยคล้ายกันกับ แอฟริกา นิดหน่อย เราพักที่อุดรธานี ๑ คืนเพื่อไปดูทะเลบัวแดงในตอนเช้า แม้ว่าช่วงที่ไปดอกบัวกำลังจะร่วงแล้ว แต่ยังสวยดี(ตอนเช้าลมเย็นสบายมาก อาทิตย์ขึ้นก็สวยมากด้วย)


โจรู้สึกสนุกมากที่ได้ไปเที่ยวกับเพื่อน (ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประมาณ 12 ปีที่ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเขา) และ ดีใจที่เพื่อนกับครอบครัวกำลังจะย้ายมาญี่ปุ่นเพื่อเรี่มต้นครอบครัวที่ญี่ปุ่น แต่เมื่อโจไปเที่ยวหรือทำงานที่กรุงเทพฯคราวหน้า โจอาจจะเศร้าที่เพื่อนคนนั้นไม่อยู่ที่กรุงเทพฯแล้ว ครั้งนี้นอกจากช่วงเปลี่ยนเครื่องก็ไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯและไม่ได้เจอกับเพื่อนหรือคนที่รู้จักที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯเลย
คราวหน้าอยากจะเจอพวกเขา

Sunday, 3 February 2019

ไปดูการแสดงของคุณป้า


เมื่อวานนี้โจไปดูการแสดงเกี่ยวกับ Quilt Art (งานผ้า หรือ งานควิลท์) ของคุณป้า/ญาติ(ภรรยาของลูกพี่ลูกน้องของพ่อ) ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไปดูการแสดงของเค้า โจไม่ค่อยมีความสามารถในการเข้าถึงศิลปะนี้เท่าไหร่นัก แต่เมื่อคุยกับคุณป้าโจรู้สึกประทับใจกับความกระตือรือร้นของเค้าที่มีต่องานควิลท์ ในตอนแรกคุณป้าสนใจงาน (ราวๆ ๓๐ ปีที่แล้ว) Quilt Art เป็นงานอดิเรก แต่ตั้งแต่เมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว คุณป้าติดใจงานควิลท์มากๆ นอกจากเข้าร่วมการแสดงและการแข่งขันในญี่ปุ่นแล้ว เค้าเข้าร่วมงานของต่างประเทศด้วย เพราะว่าเค้ากระตือรือร้นเป็นอย่างมาก เค้าจึงค่อยๆมีชื่อเสียงขึ้นทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ตอนนี้เค้าสอนงานควิลท์ให้กับผู้ที่สนใจ โจรู้สึกดีใจที่ได้รู้ว่างานควิลท์ทำให้คุณป้ามีความสุขมาก
http://gallery-nippon.cocolog-nifty.com/blog/2019/01/post-8410.html
โจถามคุณป้าว่าอะไรทำให้เค้าติดใจงานควิลท์ ประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว เค้าบอกว่าลูกชายของเค้าเป็น bad boy และทุกวันไปเที่ยวถึงหลังเที่ยงคืนโดยไม่ฟัพ่อแม่ ตอนแรกคุณป้ารู้สึกกังวลลูกและรอลูกชายกลับมาบ้าน
แต่ลูกชายโมโหที่รู้ว่าแม่รอเขากลับบ้าน(เขาโมโหอาจจะเพราะว่าแม่ทำเหมือนเขายังเป็นเด็ก) ดั้งนั้นคุณป้าจึงเริ่มทำงานควิลท์ระหว่างรอลูกชายกลับเพื่อแสดงว่าตัวเองไม่ได้รออยู่ เหตุการณ์นี้ดำเนินต่อไปและทำให้คุญป้าติดงานควิลท์มากขึ้น
http://www.awesomegraphics.co.uk/BAD-BOY-decal
โจถามคุณป้าว่าตอนนี้เค้ารู้สึกขอบคุณที่ลูกชายเคยเป็น bad boy หรือไม่ คุณป้าตอบว่า “ใช่ค่ะ” โจไม่ได้ถามแต่สังเกตเห็นว่างานควิลท์ของคุณป้ามีชื่อ “Syo #○○” คิดว่าชื่อนั้นมาจากชื่อของลูกชายเพื่อแสดงความขอบคุณและความรักต่อลูกชาย เมื่อก่อนโจไม่ค่อยมีโอกาสคุยกับคุณป้าคนนี้ แต่ดีใจที่ได้รู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหนด้วย

Sunday, 27 January 2019

เศรษฐกิจอินเดีย


เมื่อประมาณ ๓-๔ อาทิตย์ที่ผ่านมา โจเขียนรายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจของอินเดีย (ยังไม่ได้ตีพิมพ์ แต่ในที่สุดก็เขียนร่างของรายงานเสร็จแล้ว อาจจะใช้เวลาอีก ๑-๒ อาทิตย์ในการตีพิมพ์) ในรายงานนี้ โจสรุปการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของอินเดียภายใน ๔ ปีที่ผ่านมาของรัฐบาล Narendra Modi (นเรนทระ โมที) และการประเมินการทำงานของรัฐบาล โมที ก่อนจะมีการเลือกตั้งงอีกครั้งในเมษายนหรือพฤษภาคมนี้ บางคนคิดว่าการปฏิรูปทางเศรษฐกิจของอินเดียจะประสบความสำเร็จและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะดีขึ้นมาก แต่มีคนคิดว่าสถานการณ์อาจจะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนักอีกทั้ง ธุรกิจอินเดียยังมีอุปสรรคมาก
โจเห้นด้สนกับทั้ว ๒ ความคิดเห็น แต่ทั้ง ๒ มีความคาดหวังที่แตกจ่างกัน (เช่นเมื่อเราเติมน้ำ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในแก้ว มีคนคิดว่า“มีแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์และยังห่างจาก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์มาก” แต่มีคนรู้สึกดีใจที่ได้มีน้ำเพิ่มขึ้น )
https://www.dreamstime.com/royalty-free-stock-photo-drop-water-falling-down-to-cup-tea-image21589665

สำหรับเศรษฐกิจอินเดีย โจคิดว่าระบบภาษี ระเบียบธุรกิจ สาธารณูปโภค ค่อยๆดีขึ้น (อย่างน้อยก็ดีกว่า ๕ ปีที่แล้ว) แต่ไม่ดีเท่ากับประเทศอื่น นอกจากนีแล้วระบบการซื้อที่ดินกับระบบตลาดแรงงานไม่ค่อยเปลี่ยนและยังมีอุปสรรคมาก โจไม่กล้าบอกว่าความคิดเห็นด้านไหนถูกหรือผิด แต่รู้สึกว่านายกโมทีพยายามมาก โจคิดว่าระยะกลางและระยะยาว สภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะค่อยๆดีขึ้นต่อไปโดยไม่ขึ้นกับการเมือง

Saturday, 19 January 2019

การบลงมือปฏิบัติ

ประมาณ ๗ เดือนที่แล้ว โจเสนอแผนการกลยุทธ์เกี่ยวกับการโปรโมทรายงานการวิจัยให้เจ้านาย เพราะโจคิดว่า ถ้าอยากให้รายงานที่เราตีพิมพ์เป็นที่สนใจ เราจะต้องพยายามโปรโมทรายงานให้มากกว่านี้ สมัยนี้มีหลายวิธีในการโปรโมท เช่น Twitter, Facebook, Youtube, Mail magazine เป็นต้น แต่บริษัทของโจไม่ทำอะไรนอกจากอัพโหลดรายงานในเว็บไซต์ของบริษัท เมื่อโจเสนอเรื่องนี้ให้เจ้านาย เขาก็เข้าใจถึงความสำคัญของเรื่องนีและอยากจะเรี่มแผรการนี้ โจจึงคิดรายละเอียดวิธีการโปรโมท(โดยใช้เวลานาน) และแชร์ข้อมูลให้เจ้านาย แต่ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาเปลี่ยนความคิด แม้ว่าโจจะถามเจ้านายหลายครัง เขาก็ตอบว่า “ขอเวลาให้ผมคิด” หรือ “ช่วยรอสักฟัก”เท่านัน/ และ ๒-๓ เดือนผ่านไปโดยไม่มีความดทบหน้าเกิดอะไร เรื่องนี้ทำให้โจอารมณ์เสียมากและทำให้โจหมดอารมณ์กับแผนการนี้ (สำหรับโจ ถูกเจ้านายปฏิเสธก็โอเค แต่ไม่ชอบที เจ้านายเงียบหายไป) แต่อาทิตย์นี้ (ผ่านไป ๔ เดือนโจลืมเรื่องนี้ไปแล้ว) เจ้านายคนนั้นเริ่มกลับมาคุยเรื่องนี้อีกครัง/ (ไม่เข้าใจนิสัยเขาเลย) เขาเจรจากับผู้อำนวยการและได้รับการอนุมัต สถานการณ์ดูพัฒนาขึ้นนิดหน่อย แต่โจยังรู้สึกไม่วางใจกับาสถานการณ์นี้ ไม่รู้ว่าความคืบหน้าจะหยุดลงอีก ๖-๗ เดือนอีกครังหรือไม่ คิดว่าคำพูดของบรูซ ลีถูกก็จริงๆ

“Knowing is not enough, we must apply. Willing is not enough, we must do.”
ความรู้เพียงอย่างเดียวนัน/ ไม่พอ เราต้องประยุกต์ใช้ด้วย ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่พอเราต้องกระทำด้วย

https://me.me/i/knowing-is-not-enough-we-must-apply-willing-is-not-17881204

Saturday, 29 December 2018

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย

อาทิตย์ที่แล้วโจไปทำงาน (และเที่ยวด้วย) ที่กรุงเทพฯมา ครั้งนี้โจไปเจอนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเพื่อศึกษาเกี่ยวกับเศรษฐกิจในระยะสั้นกับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง (เช่นปฏิรูประบบภาษี/ระบบประกันสังคม/ระบบการศึกษา เป็นต้น) มี ๒ คนที่ให้ความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 
https://maxpeoplehr.com/what-does-human-resources-really-do/
คนแรก (พนักงานขององค์การระหว่างประเทศที่ช่วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศกำลังพัฒนา) ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลของประเทศไทยเข้าใจความสำคัญของการปฏิรูปทางการศึกษา แต่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญในลำดับแรกๆ รัฐบาลยังคงโฟกัสอยู่กับการพัฒนาสาธารณูปโภค เพราะว่าการพัฒนาสาธารณูปโภคนั้นใช้เวลาสั้นและเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนกว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  ผู้ให้ความคิดเห็นกล่าวว่า เขารู้สึกกังวลว่าแม้ว่าจะพัฒนาสาธารณูปโภคมากแค่ไหน แต่หากทรัพยากรมนุษย์ยังคงไม่พัฒนา (เช่น วิศวกร IT/Robotics,แพทย์ เป็นต้น) อาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้
คนที่ ๒ ( เป็นคนญี่ปุ่นที่ทำงานเป็นผู้จัดการของบริษัทจัดหางานที่อาศัยอยู่ที่ไทยมามากกว่า ๒๕ ปี) มีมุมมองที่แตกต่างจากคนแรก  เขาชี้ให้เห็นว่าแม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายทางการศึกษาในเร็วๆนี้ แต่ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยจะค่อยๆพัฒนาต่อไป เพราะว่าเมื่อประมาณ ๒๕ ปีที่แล้ว เขาได้เริ่มทำงานที่ประเทศไทย ณ ขณะนั้น จำนวนวิศวกร นักบัญชี ที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษหรือญี่ปุ่นยังไม่เป็นที่เพียงพอ ดันนั้นการหาพนักงานที่เหมาะสมกับบริษัทญี่ปุ่นจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ในขณะเดียวกันจำนวนพนักงานที่มีความสามารถก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น เขาจึงคิดว่าจำนวนวิศวกร IT/Robotics อาจจะค่อยๆเพิ่มขึ้นและปัญหาการขาดแคลนแรงงานจะได้รับการแก้ไข  นอกจากนี้เขากล่าวต่ออีกว่าทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างมาก
ใน ๒๕ ปีที่ผ่านมา แต่ในทางตรงกันข้ามความสามารถของคนญี่ปุ่นที่มาทำธุรกิจที่ไทยไม่ค่อยพัฒนา ยังมีคนน้อยที่สามารถทำงานโดยใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาไทย นอกจากนี้คนญี่ปุ่นที่มาจากสำนักงานใหญ่ของญี่ปุ่นมีความต้องการที่จะทำงานโดยใช้ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น คนญี่ปุ่นที่ถูกบริษัทส่งมาส่วนใหญ่อยู่ที่ไทยเพียงชั่วคราวเท่านั้นและไม่พยายามเข้าใจสังคมไทยให้ลึก  (แต่มีคนญี่ปุ่นบางคนคิดว่าตัวเองอยู่สูงกว่าคนไทย) โจรู้สึกแย่มากที่ฟังเรื่องนี้ นอกจากในประเทศไทยแล้ว โจรู้สึกว่ามีบริษัทญี่ปุ่น(โดยเฉพาะบริษัทใหญ่?)ทำธุรกิจแบบนี้ในประเทศอื่นด้วย ถ้าอยากจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนต่างชาติที่ต่างประเทศ โจคิดว่าบริษัทญี่ปุ่นต้องเรียนรู้ว่า When in Rome, do as the Romans. (เมื่ออยู่ที่โรมก็ทำดังที่ชาวโรมทำกัน)
https://twitter.com/nextstepenglish/status/881340974882050048



Saturday, 8 December 2018

ไปเที่ยวอเมริกา


อาทิตย์ที่แล้ว โจไปเที่ยวอเมริกามา ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบ ๒๕ ปีที่ไปอเมริกา (เคยไปเที่ยวกับครอบครัวในสมัยเด็ก แต่จำไม่ค่อยได้) ตอนแรกโจไปวอชิงตัน ดี.ซี.เพื่อเยี่ยมคุณป้าที่อาศัยอยู่ที่นั้นมากกว่า ๕๐ ปี โจถึงอาเมริกาวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน (หนึ่งวันหลังจากวันขอบคุณพระเจ้า) ทำให้ราคาไก่งวงลดลงมาก คุณป้าจึงซื้อไก่งวงมาทำอาหารให้โจกิน
ตั้งแต่วันเสาร์ถึงวันจันทร์โจไปพิพิธภัณฑ์หลายที่และเดินเล่นบริเวณที่มีอนุสาวรีย์วอชิงตัน โจสังเกตเห็นว่าวอชิงตัน ดี.ซี.ไม่มีตึกสูงกว่าอนุสาวรีย์วอชิงตัน (169 เมตร) และบรรยากาศสงบเงียบดี นอกจากนี้แล้วโจรู้สึกประทับใจที่รู้ว่าพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่เข้าฟรีด้วย โจไปเที่ยวหลายที่เช่น หอศิลป์แห่งชาติ(National Gallery of Art) พิพิธภัณฑ์ยานบินและอวกาศแห่งชาติ (National Air and Space Museum) หอจดหมายเหตุแห่งชาติ(National Archives) อนุสาวรีย์ มาร์ติน ลูเทอร์ คิง (Martin Luther King’s memorial) เป็นต้น การแสดงของพิพิธภัณฑ์เหล่านี้ก็น่าสนใจ นอกจากนี้แล้วเพื่อนคนอเมริกาเชิญโจกับคุณป้าไปที่บ้านของเค้าและเราทานอาหารเย็นด้วยกัน ไม่รู้ว่าบ้านที่วอชิงตัน ดี.ซี.โดยทั่วไปใหญ่แค่ไหน แต่รู้สึกว่าบ้านของเพื่อนดูเหมือนรีสอร์ต ถ้าอาศัยอยู่ที่วอชิงตัน ดี.ซี.จำเป็นเพราะว่าระบบขนส่งสาธารณะไม่ค่อยพัฒนา แต่บ้านใหญ่ มีธรรมชาติและสงบเงียบด้วย  


หลังจากนั้นโจไปเที่ยวนิวยอร์กต่อไปคนเดียวเพื่อตามรอยการ์ตูน Banana Fish ตั้งแต่มากกว่า ๒๐ ปีที่แล้ว โจเป็นแฟนของการ์ตูนนี้และอยากจะไปตามรอย โจไปเซ็นทรัลปาร์ค (Central Park สวนสาธารณะ) หอสมุดประชาชนนิวยอร์ก (New York Public Library) และ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา(American Museum of Natural History) เป็นต้น รู้สึกดีใจที่ได้รู้ว่าไม่ว่าที่ไหนก็ยังเหมือนกับในการ์ตูนเรื่องนี้
หลังจากตามรอยเสร็จ โจไปทานอาหารกับคนรู้จักที่ทำงานที่นี่และหลังจากนันไปเที่ยวหลายที่เช่น อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ อเมริกา ตึกเอ็มไพร์สเตต ร็อคกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ เป็นต้น สถาปัตยกรรมของตึกเก่าๆก็สวยมาก ในวันสุดท้าย โจไปดูละครบรอดเวย์ “โฟรเซน (ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ)” เพราะว่าโจเคยดูหนังและรู้เนื้อเรื่องกับเพลงแล้ว แม้ว่าจะภาษาอังกฤษฟังไม่ทัน โจก็สามารถเข้าใจส่วนใหญ่ได้ การแสดงกับเพลงยอดเยี่ยมมาก แต่รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยเกี่ยวกับการคัดเลือกนักแสดง ไม่แน่ใจว่าจังใจเลือกอย่างนี้หรือไม่ เพราะนักแสดงที่แสดง Elsa เป็นคนผิวขาวและนักแสดงที่ดสดงบท Anna เป็นคนผิวดำ(ในช่วนสมัยเด็ก นักแสดงทั้ง ๒ คน เป็นผิวขาว โจจึงรู้สึกแปลกนิดหน่อย)
ตอนนี้ผ่านไป ๕ วันแล้วหลังจากกลับมาญี่ปุ่น แต่โจยังมีอาการเจ็ตแล็ก (เมาเวลา) และรู้สึกไม่ค่อยสบาย คิดว่าคราวหน้าจะต้องเตรียมตัวให้ดีๆเพื่อป้องกันเจ็ตแล็ก